Social

Sex ในยุค 60s

posted on 18 Aug 2008 16:05 by pisces  in Ad, Social

ม่ได้เอาโฆษณามาลงนานมากแล้ว วันนี้ขอเสนอโฆษณาของร้านขายสินค้าสไตล์ย้อนยุค (Retro)

Lorgan's Retro Store ก็จะมีสินค้าที่ทำสไตล์ 50s 60s 70s ใครชอบก็ลองคลิกเข้าไปดู ส่วนตัวผมชอบโฆษณาของเขามากมาย

สโลแกนคือ "Everything from 60s. Well, almost"

"ทุกอย่างมาจากยุคหกศูนย์ี เอ่อ เกือบทุกอย่างอ่ะนะ" (Edit ตามความเห็น ๒๑)

อันแรกเป็นห้องกินข้าวสไตล์หกศูนย์ ดูซิว่าเขาทำอะไรกันในห้องกินข้าว

ต่อมาเป็นเลาน์จฺสไตล์หกศูนย์ มีภาพที่เป็นศิลปะแบบ Pop Art วางหราอยู่

ต่อมาเป็นห้องนั่งเล่น เซ็กส์หมู่...เริ่มฮาร์ดคอร์ขึ้นตามลำดับ

อันสุดท้ายถูกใจมากมาย เกย์ในห้องนอนจ้ะ

โปรดสังเกตความรายละเอียดของภาพนะครับ ขนหน้าแข้งขนแขนผู้ชายยังอยู่ครบ เก็บรายละเอียดทุกเม็ดจริง ๆ

(Edit เนื่องจากหน้าแหกเรื่องการแปลสโลแกน ทำให้ต้องแก้เนื้อหาใหม่อย่างรวดเร็ว...ปลาไหลจริง ๆ เลยเรา)

มารู้จักเรื่องเซ็กส์ในยุคหกศูนย์กันหน่อยดีกว่า

ยุคหกศูนย์เป็นยุคที่เปิดพรมแดนเรื่องเพศให้พ้นจากอิทธิพลความเชื่อแบบ Puritan ของศาสนา (เป็นแนวคิดของโปรแตสเตนต์ ผู้นำแนวคิดคือ John Calvin จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า Calvinism ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคร่งศาสนาที่สุดกลุ่มหนึ่งในคริสต์ศาสนา)

ช่วงยุค50เป็นยุคที่พวก conservative ครองเมือง ถ้าพูดถึงเซ็กส์จะต้องมาเป็นแพคเกจพร้อมกัน ได้แก่ ความรัก การแต่งงาน เ็ซ็กส์ และลูก หมายความว่าถ้าคุณจะมีเซ็กส์อย่างถูกต้อง คุณจะต้องรักกัน แต่งงานกัน และมีเซ็กส์กันเพื่อจะมีลูก จึงจะถูกทำนองคลองธรรม การมีเซ็กส์ก่อนแต่งเป็นเรื่องน่ารังเกียจมาก

แต่เมื่อมาถึงในยุคหกศูนย์พวกฮิปปี้ได้ทำลายกรอบแนวคิดดั้งเดิมเสียสิ้น พวกนี้เน้นความรักแบบเสรี ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย คุณรักนางสาว ก. แล้วคุณจะรักนางสาว ข. ค. ง. หรือแม้แต่นาง จ. ก็ไม่ผิด เพราะฉะนั้นในยุคหกศูนย์ เซ็กส์นอกระบบจึงเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเซ็กส์ก่อนแต่ง (Premarital sex) เซ็กส์หมู่ (Orgy) เซ็กแบบทดลอง (Experimental sex) เซ็กส์ในที่สาธารณะ (Public sex) รวมทั้งเซ็กส์กับเพศเดียวกัน (Homosexuality) นั่นหมายความว่า พวกฮิปปี้ได้ฉีกแพคเกจในยุคห้าศูนย์ทิ้งเพื่อแบ่งขาย คุณรักกันชอบพอกันจะโดดข้ามไปมีเซ็กส์กันโดยไม่ผ่านการแต่งงานก็ได้ คุณมีเซ็กส์ที่ไม่ต้องการลูก คุณก็ทำได้ (ได้แก่ เซ็กส์เพื่อความสนุก casual sex ใช้ยาคุม เอาประตูหลัง ทุกอย่างที่ไม่ก่อให้เกิดบุตร) แต่ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานมีคู่ผัวเดียวเมียเดียวจะไม่มีอยู่ในสาระบบนะ เพียงแต่ว่าความสัมพันธ์ผัวเมียต้องเป็นแบบใจกว้าง พร้อมจะปล่อยให้ผัวหรือเมียของตัวออกไปแสวงหารัก/เซ็กส์จากคนอื่น หรือไม่ก็มั่วหมู่ด้วยกันมันซะเลย

การเปิดพรมแดนเรื่องเซ็กส์ใหม่ในยุคหกศูนย์ช่วยกระพือกระแสสิทธิสตรีและเกย์ขึ้นมา ทำให้เกิดการเรียกร้องหาความเท่าเทียมกันมาขึ้นมาจนทุกวันนี้ อย่างน้อยปัจจุบัน (ในอเมริกา) เรื่องเซ็กส์ก่อนแต่ง ทดลองอยู่กินกัน ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งก็ต้องให้เครดิตพวกฮิปปี้ในยุคหกศูนย์นั่นแล และผู้หญิงก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็น Passive หรือคอยรักษา Virgin อีกต่อไป พวกเธอมีสิทธิ์ที่จะหาประสบการณ์ทา่งเพศเท่าเทียมกับผู้ชาย

สรุป ๆ ๆ โฆษณาชุดนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องเอาเซ็กส์มาเป็นจุดขายอยู่ดีนั่นแหละ เพราะว่าสามสิ่งที่เป็นจุดเด่นของยุคหกศูนย์ก็คือ เซ็กส์ ยาเสพติด และเพลงร็อกแอนด์โรลล์

ปล. ที่พูดมาทั้งหมดคือเรื่องของอเมริกา อย่ามาหาว่าผมมาปลุกปั่นค่านิยมฟรีเซ็กส์ในไทยล่ะ ยังไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อย (ร้อนตัว ๆ เดี๋ยวกระทรวงวัฒนธรรมจะมาปิดบลอก)

ข้อมูลยุค 60 เพิ่มเติม

เกย์กับคนถนัดซ้าย

posted on 16 Aug 2008 01:54 by pisces  in Book, Gay, Social

เอาล่ะครับวันนี้เราจะมาคุยเรื่องวิชาการจ๋ากันสักนิด หลังจากห่างหายไปนาน

ผมมีงานวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ที่มีลักษณะบางประการต่างจากคนส่วนใหญ่ อันแรกก็คือการถนัดซ้าย ส่วนอันที่สองคือเกย์ (เอนทรีนี้ขอรวมเลสเบี้ยนเข้ากับคำว่าเกย์เลยนะครับ) มานำเสนอ

ก่อนจะเข้าเรื่องขอทำความเข้าใจเรื่องคำศัพท์เสียก่อนคือคำว่า Orientation แปลตรงตัวคือการกำหนดทิศทางหรือตำแหน่ง

Sexual Orientation จึงหมายถึงทิศทางของบุคคลที่จะเข้าหาคู่ ได้แก่ พวกที่เข้าหาคนต่างเพศ (Heterosexual Orientation) หรือพวกที่เข้าหาคนเพศเดียวกัน(Homosexual Orientation) และรวมทั้งพวกที่เข้าหาทั้งสองทาง (Bisexual Orientation)

Handedness หมายถึงทิศทางที่บุคคลมีมือข้างที่ถนัดต่างกัน ได้แก่ พวกถนัดขวา(Right-handed) พวกถนัดซ้าย(Left-handed) และพวกถนัดทั้งสองข้าง (Ambidextrous)

ในกรณีเรื่องเพศ Orientation อาจแปลได้ว่าการเบี่ยงเบน ซึ่งผมไม่ค่อยชอบคำนี้ เพราะมันมีนัยว่า มีพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ที่เป็นหลัก เป็นมาตรฐาน ถูกต้องดีงาม กว่าพฤติกรรมรองของคนส่วนน้อยที่เบี่ยงเบนไปจากกระแสหลัก ผมจึงขอใช้คำว่า "ทิศทาง" หรือ "แนวโน้ม" แทน เพื่อให้ Sexual Orientation แต่ละทิศทางเท่าเทียมกันไม่มีทิศทางใดมีมาตรฐานหรือถูกต้องกว่าของทิศทางอื่น

(มาถึงตรงนี้หลายคนคงนึกอยากเปลี่ยนหน้าบลอกกันแล้่วล่ะสิ วันนี้ผีนักวิชาการเข้าสิงจขบ.ไปซะแล้ว)

มีการวิจัยลักษณะของคนบางประการที่ปรากฏให้เห็นเป็นส่วนน้อย (Minority) ของสังคม และได้ข้อสรุปบางประการของกลุ่มคนที่มีลักษณะส่วนด้วยดังกล่าวออกมาเป็นข้อ ๆ ซึ่งมีความสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดใจ โดยในบทความที่ผมอ่านได้ยกลักษณะทิศทางมือที่ถนัด และทิศทางเพศที่เข้าหามาเปรียบเทียบให้ดู ผมจะขอแปลทั้งตารางลงมาให้ดู


*Burr, Chandler. (2007). "Homosexuality, Religion, and the Biological Sciences" In Homosexuality and Religion: an Encyclopedia Edited by Siker, Jefferey p. 30. Westport : Greenwood.

(ตารางอุบาทว์ ทุลักทุเลมาก ขออภัยในความไม่สะดวก จะอ่านออกมั้ยนี่ )

ตารางนี้บอกอะไรเรา้บ้าง

 

๑. พันธุกรรมมีบทบาทมากกว่าที่คุณคิด

๒. การที่มีผู้ชายเป็นคนกลุ่มน้อยมากกว่าเพศหญิงก็เพราะว่ามันอยู่ใน โครโมโซม X ซึ่งเมื่อจับคู่กับ Y จะส่งผลทันที ต่างจากในผู้หญิงที่มี X สองตัว ตัวที่เป็น Majority อาจข่ม Minority ไว้ได้ (ฟังดูคล้าย ๆ อาการหัวล้านและตาบอดสี เกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนั่นแล)

๓. แม้การเลี้ยงดูจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่าพันธุกรรม แต่ก็ไม่อย่าเพิ่งไปมองข้ามมันไปโดยสิ้นเชิง เพราะปัจจุบันเรายังมีความรู้เรื่องพวก Minority น้อยมาก อย่าเพิ่งไปฟันธงว่ามันไม่มีผลเลยจะดีกว่า

๔. พันธุกรรมมีผลต่อแนวโน้มทางเพศมากกว่าแนวโน้มของมือ ๒๕ ต่อ๑๒ เปอร์เซ็นต์

๕. ความถนัดซ้ายหรือการเป็นเกย์ไม่อาจบอกได้ด้วยการแสดงออก (External Expression) เพราะท่าทางภายนอกมันหัดกันได้ หรือเก็บกดไว้ได้ตามสถานการณ์ที่จำเป็น พวก Minority ที่แสดงตนเป็น Majority เพื่อให้ดีรับการยอมรับก็มี พวก Majority แสร้งทำเป็น Minority เพื่อผลประโยชน์บางอย่างก็มี แต่จะไม่อาจเปลี่ยนแนวโน้มที่อยู่ภายในตัวเอง (Interior Orientation) ได้เด็ดขาด เช่น Gay for pay ซึ่งเป็นชายรักต่างเพศแต่มาหากินในอุตสาหกรรมโป๊ ๆ ของเกย์เพราะได้เงินดีกว่าโป๊ต่างเพศ (หลายเท่าตัวเลยทีเดียวขอบอก) หน้ากล้องเขาอาจจะอึ๊บผู้ชาย แต่พอเลิกงานก็กลับบ้านไปหาลูกเมีย

สิ่งที่ตารางนี้ไม่ได้บอกคือ ปัจจุบันความถนัดซ้าย/ขวายังคงลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าพวกเกย์/ไม่เกย์เสียอีก เพราะในกลุ่มรักเพศเดียวกัน มีงานวิจัยเกี่ยวกับโครโมโซม Xq 28 ที่เป็นตัวกำหนดลักษณะไมนอริตี้ของเกย์ชาย (แม้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ก็ตาม) แต่เรื่องความถนัดซ้ายยังไม่มีงานวิจัยมาซัพพอร์ตว่ายีนตัวไหนทำให้ส่งผลต่อการถนัดซ้าย/ขวา

*ข้อความยืดยาวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์และความเห็นส่วนตัว*

ในฐานะที่ผมเป็นเกย์และถนัดซ้าย (แต่เขียนหนังสือมือขวา...โดนครูบังคับตั้งแต่อนุบาล) ขอบอกว่าการเป็นพวกคนที่มีลักษณะส่วนน้อยนี่มันไม่ง่ายเลยนะครับ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ทุกข์ทรมานมากเพราะทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนพยายามบังคับให้ผมถนัดขวา แต่ทำได้แค่เรื่องเขียนหนังสือ ผมยังจับช้อนมือซ้ายอยู่ ยังจับไม้แบดฯ ไม้เทนนิส ไม้ปิงปองมือซ้าย โดดตบวอลเล่ย์บอลมือซ้าย และถ้าคุณมากวนตีนผม ระวังหมัดซ้ายให้ดีก็แล้วกัน

อ่ออีกเรื่องคือโลกนี้มันเป็นโลกของคนถนัดขวาพอ ๆ กับเป็นโลกของพวกรักต่างเพศ เก้าอี้เลคเชอร์ในมหาลัยทุกตัวทำขึ้นเพื่อคนถนัดขวา เพราะที่เท้าแขนมันอยู่ทางขวา ถ้าคุณถนัดซ้ายคุณจะไม่มีที่วางแขนขณะเขียนหนังสือหรอกครับ ที่เปิดกระป๋องแบบโยกก็สำหรับคนถนัดขวา กรรไกรที่หาซื้อตามท้องตลาดก็เป็นกรรไกรสำหรับมือขวา เวลากินข้าวผมก็ต้องนั่งทางซ้ายเสมอ เพื่อไม่ให้แขนซ้ายผมไปกระทบกับแขนขวาของคนข้าง ๆ หลายคนชอบมองว่าถนัดซ้ายดี เก่ง พิเศษ เป็นพวกอัจฉริยะ แต่ไม่เห็นมีใครพยายามซัพพอร์ตเราเลย เวลาผมเจอคนถนัดซ้ายผมจะรู้สึกใกล้ชิดเขาเป็นพิเศษ แม้เพิ่งรู้จักกันสองสามวันเราก็คุยกันได้สนิทสนม หัวข้อที่ทำให้เราสนิทกันอย่างรวดเร็วก็คือ เธอใช้อุปกรณ์นั้นได้มั้ย ลำบากมั้ยเวลาทำไอ้นั่น โดนคนมองว่าประหลาดมั้ย อะไรทำนองนี้และเราก็จะรู้สึกดีที่ได้ระบาย และเห็นอกเห็นใจกันครับ ทำนองเดียวกับการเป็นเกย์ คุณก็เติบโตมาแบบถูกกดดันให้แสดงออกเหมือนคนส่วนใหญ่ ถูกประณามว่าไอ้ความรู้สึกที่มันอยู่ภายในตัวเรานั้นผิดปกติ ถูกล้อเลียนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ มันก็ทำให้เราอึดอัดลำบากใจพอดูเหมือนกัน (ปัจจุบันคำด่าว่า Gay เป็นคำด่ายอดฮิตในโรงเรียนฝรั่งนะครับพี่น้อง ๘๓% ทีเดียว...แหล่งข่าว BBC)

บางทีผมเองก็รู้สึกภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนส่วนน้อยของส่วนน้อย (เป็นเกย์ที่ถนัดซ้าย...พวก Minority ซ้ำซ้อน) เพราะมันทำให้ผมพิเศษมาก แต่บางทีก็แอบรู้สึกเป็นทุกข์กับท่าทีของพวก Majority ที่มีต่อผมเหมือนกัน ...อนุรักษ์ผมไว้เถอะครับ หายากนะขอบอก...วาดแผนภาพให้ดูเลยเอ้า

ก่อนจะจบผมอยากขอยกบทสนทนาจากซิทคอมเรื่อง The War at Home ตอนหนึ่งมาให้ฟัง ผมจำชื่อตัวละครไม่ได้เพราะไม่ค่อยได้ดู ตัวละครมีเด็กวัยรุ่นเกย์ที่เพิ่งเผยตัวคุยกับวัยรุ่นชายรักต่างเพศ (คงไม่เป๊ะ ๆ ตามบท เพราะดูนานแล้ว)

ชายแท้ (ถามเยาะ ๆ): นายรู้ได้ไงว่านายเป็นเกย์ในเมื่อนายไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้ชาย

เกย์ (ตอบสบาย ๆ): นายเองก็ไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้หญิง แล้วรู้ได้ไงว่าตัวเองเป็นชายแท้

ชายแท้: ….(อึ้ง ๆ ๆ...แบบคิดหนักว่าตกลงแล้วมันเป็นรักต่างเพศแน่รึเปล่า)

ยกมาเพื่อย้ำว่ามันไม่ได้อยู่ที่การแสดงออกภายนอก (external expression) มันอยู่ภายในต่างหาก (interior orientation)

อ้างอิง
Burr, Chandler. (2007). "Homosexuality, Religion, and the Biological Sciences" In Homosexuality and Religion: an Encyclopedia Edited by Siker, Jefferey p. 26-31. Westport : Greenwood.

ปล.๑ สั่งซื้อเล่มนี้มาราคากว่าสี่พันบาท (ขอบ่นหน่อย) แพงนรก แต่เนื้อหาสาระก็คุ้มอยู่ แต่ก็ยังแพงอยู่ดี (คร่ำครวญ ๆ ๆ) ราคาจริงแค่ ๘๕ เหรียญ โดนชาร์จค่บริการขนส่งต่าง ๆ นานา แทบกระอัก ตอนแรกจะสั่งจากอีเบย์ เสือกไม่มีชิปปิ้งมาเมืองไทยอีก แต่อยากได้มาก ๆ ก็เลยทุ่มทุนซะ (ยังเฝ้าถามตัวเองอยู่เนือง ๆ ว่ามันคุ้มมั้ย ฮือ ๆ)

ปล.๒ ใครอ่านจนจบ ผมขอกราบงาม ๆ สักทีนะครับ