Social

Homosexual Identity Development

posted on 26 Jan 2008 21:27 by pisces  in Gay, Social

เผอิญไปอ่านเจอมา เห็นทฤษฎีี่น่าสนใจเลยเอามาให้อ่านสั้น ๆ

คิดว่าหลายคนคงเคยอ่านหรือรู้มาแล้ว เพราะว่ามันเป็นทฤษฎีพื้นฐานในเรื่องอัตลักษณ์ของกลุ่ม GLBT (Gay, Lesbian, Bisexual และ Transgender)

รูปแบบพัฒนาการอัตลักษณ์ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันของ Cass* (The Cass Model of Homosexual Identity Development)

๑. ขั้นสับสน (Identity Confusion): ขั้นแรกเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจเป็น GLBTแต่ยังคิดว่าตัวเองยังอยู่ในเพศกระแสหลักอยู่ และปฏิเสธหรือต่อต้านความรู้สึกภายในของตน

๒. ขั้นเปรียบเทียบ (Identity Comparison): เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนแวดล้อม เทียวตัวเองทั้งกับคนที่เป็นเกย์ และคนที่ไม่ได้เป็น หรือเทียบกับคนที่เพศวิถีอื่น ๆ ที่ต่างออกไป

๓ .ขั้นรับได้ (Identity Tolerance): ขั้นนี้เริ่มรับสภาำพความเป็นเกย์ของตนเอง และอาจจะเข้ากลุ่มสังคมเกย์ด้วย แต่การรับสภาพและเข้ากลุ่มดังกล่าวเป็นแบบ "จำยอม" หรือ "พอรับได้" (Tolerating) ไม่ได้เป็นในแบบ "อ้าแขนรับอย่างเต็มใจ" (Embracing)

๔. ขั้นยอมรับ (Identity Acceptance): เริ่มพัฒนาทัศนคติในเชิงบวกต่อการเป็นเกย์ รู้สึก "ใช่" หรือรู้สึกว่า "ปกติ" ที่อยู่ในหมู่เกย์ อย่างไรก็ตามขั้นนี้ก็ยังมีอาการแสร้งทำตัวเป็นเพศกระแสหลักอยู่บ้าง จะเปิดเผยตัวตนต่อครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น

๕. ขั้นทะนงตน (Identity Pride): มีความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นเกย์อย่างล้นเหลือ ยอมรับอย่างเต็มที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนGLBT และรู้สึกโกรธที่สังคมมองเกย์ด้วยทัศนคติและความเชื่่อเชิงต่อต้าน (anti-gay attitude) แต่จะแปรเปลี่ยนความโกรธนั้นเป็นกำลังในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์และความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคม (Gay Activist...พวกต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์การแต่งงานของเพศเดียวกัน เป็นต้น)

๖. ขั้นลงตัว (Identity Synthesis): ในที่สุดเมื่อมาถึงขั้นนี้บุคคลจะพบสันติสุขในอัตลักษณ์ของตน คือไม่ได้รู้สึกละอายที่เป็นเกย์ แต่ก็ไม่ได้ภูมิใจ โอ้อวดใคร ๆ เขาไปทั่ว ตัวตนที่เป็นกับตัวตนที่แสดงออกให้สาธารณะเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามารถอยู่กลมกลืนกับชุมชุนเกย์และไม่เกย์ได้อย่างสบาย สรุปง่าย ๆ ขั้นที่หกคือเกย์ขั้นเทพนั่นเอง

ใครอยู่ขั้นไหนพิจารณาเอาเองนะครับ

*Vivienne Cass เป็นชื่อคนคิดทฤษฎี เลยเรียกว่า "The Cass Model" นั่นเอง

ปล. อย่าหาว่าดัดจริตใช้ภาษาอังกฤษคำไทยคำนะครับ ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากมายอะไร กลัวแปลเพี้ยนเลยต้องเอาภาษาอังกฤษมากำกับบางคำ กันเหนียว

ขอทิ้งท้ายด้วยภาพเกย์ ๆ สักหน่อย

สาวสวยตามงานพาเหรด (แหม...เห็นแล้วอยากได้ร่มลูกไม้บ้างจัง)

ภาพนี้แอบโปรโมทสิทธิสตรีไปในตัว

จบแล้วจ้า

เครดิต: Handbook of Gay, Lesbian, Bisexual and Transgender Administration and Policy By Wallace Swan (Ed.) Chapter 8: Queer Youth Issues by Tracy Phariss, p.159

เก็บข่าวเก่ามาเล่าใหม่ ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้

เรื่องของเรื่องก็คือว่า จู่ ๆ สำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านการทำคดีหย่าร้างก็ยกป้ายโฆษณาที่มีข้อความว่า

"Life's short. Get a divorce"

ขึ้นมากลางเมืองชิคาโก ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย

เพราะภาพโฆษณานั้นเข้าทำนองเชิญชวนให้คนหย่า แล้วไปหาใหม่ที่อึ๋มกว่า หรือบึกบึนกว่าของเก่า

ทางบริษัทก็ออกมาบอกว่าโฆษณาของสำนักงานกฎหมายมันก็มีแต่เดิม ๆ คือมีรูปทนายใส่สูทยืนอยู่ในห้องสมุดที่มีแต่หนังสือกฎหมายมันไม่สื่อความและซ้ำซาก น่าจะทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง

ฝ่ายคนวิจารณ์ก็บอกว่ามันเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างดีทีเดียว แต่เปรียบเหมือนคนถุยน้ำลายลงบนโต๊ะ แน่นอนว่าเขาต้องได้รับความสนใจ แต่เป็นความสนใจในแง่ไหนก็ลองคิดดู

...เอากับเขาสิท่านผู้เจริญแล้วทั้งหลาย แม้แต่เรื่องความรัก ชีวิตสมรสมันก็เอามาหากินกันอย่างออกหน้าออกตา ถึงกับแนะนำให้เขาหย่าร้างกันเลยทีเดียว

มองในแง่ดีก็คือ มันจริงใจดีเนอะ ประมาณว่า "หย่ากันเยอะ ๆ แล้วเอาเงินมาจ้างฉันไปว่าความ"

แต่มองในแง่ลบ (ซึ่งชัดเจนกว่า) คือทนายพวกนี้ไม่มีอุดมการณ์เลย มีแต่อุดมกิน (กูจะกินเงินมึงอย่างเดียว)

คือถ้าชีวิตคู่เขาไปไม่รอดแล้วจริง ๆ ก็ว่าไปอย่างนะ แต่นี่โผล่มาแนะนำกันผิด ๆ แบบนี้ ดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไร

"ชีวิตแสนสั้น หย่ากันดีกว่า (ทนายยิ้มร่า ก้มหน้านับตังค์)"

ปล. ๑ หวังว่าทนายบ้านเราคงไม่คิดทำอะไรเยี่ยงนี้หรอกนะ

ปล. ๒ รู้สึกว่าทางบริษัทวางแผนจะทำโฆษณาในทำนองเดียวกันนี้ออกมาอีก

Credit : ABC News & Foxnews