Gay

เกย์ในโลกมุสลิม (๑)

posted on 02 Feb 2008 05:30 by pisces  in Book, Gay, Social

ช่วงนี้กำลังอินกับเรื่องเกย์ ๆ วันนี้เลยเอาเรื่องเกย์ในโลกมุสลิมมาให้อ่านกัน แปลมาจากบทความในนิตยสารนะครับ (เครดิตอยู่ด้านล่าง) ส่วนคำอธิบายเพิ่มเติมนั้นก็มาจากที่ผมเคยอ่าน ๆ มาบ้าง หรือดูสารคดีมาบ้าง

หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าศาสนาอิสลามถือว่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นบาป และเนื่องจากกฎหมายของประเทศมุสลิมมีพื้นฐานมาจากกฎหมายศาสนา ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายประเทศมุสลิมมักจะมีบทลงโทษสำหรับกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ในเมื่อมีกฎหมายควบคุมแล้ว ถามว่ายังีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่อีกหรือ คำตอบคือมีครับ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีมานานนม มีในทุกสังคม มีในทุกชนชั้น ดังนั้นเราจะมาดูว่ากฎหมายในแต่ละประเทศเขาว่าอย่างไร และในความเป็นจริงของสังคมมันเป็นอย่างไร

 

เซเนกัล (Senegal)

ว่ากันตามกฎหมาย: ติดคุก ๑๕ ปี ปรับเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐๑.๕ ล้านฟรังค์ โทษขั้นสูงสุดจะถูกนำมาใช้ถ้าคู่ขาคนใดคนหนึ่งอายุต่ำกว่า ๒๑

ว่ากันตามความเป็นจริง: การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมหย่อนยานกว่าประเทศมุสลิมอื่น (การค้าประเวณีถูกกฎหมาย และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองก็เผยเนื้อหนังมังสามากกว่า) ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสแห่งนี้ กลุ่ม GLBT*เคยร่วมกันตั้งองค์กรผู้รักเพศเดียวกันขึ้นมา แต่ต่อมาก็ถูกรัฐบาลปิดไป

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: GLBT = Gay, Lesbian, Bisexual, and Transgender

 

ตูนีเซีย (Tunisia)

ว่ากันตามกฎหมาย: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีโทษจำคุกสามปี

ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้จะถูกตำรวจและทางราชการตามรังควาญอยู่บ้าง แต่ก็มีชายขายเซ็กส์ (Male Sex Worker) อยู่ตามถนนในเมืองตูนิส ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน*ปรากฏตัวในภาพยนตร์ภายในประเทศ เช่น เรื่อง Satin Rouge ในปี ๒๐๐๒ จนกลายเป็นหัวข้อถกเถียงไปทั่วประเทศ สามารถพบเจอเกย์ชาวฝรั่งเศสอยู่ทั่วไปในเมืองตูนิส และตามชายหาด

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ครับ เลยไม่รู้ว่าตัวละครในเรื่องเป็นGLBT อย่างไหน ภาษาอังกฤษใช้คำว่า gay character ผมจึงแปลกลาง ๆ ว่าตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน

ใบปิดหนังเรื่อง Satin Rouge


http://img125.imageshack.us/img125/8995/satinrougedvd0ml.jpg 

 

โมรอกโค (Morocco)

ว่ากันตามกฎหมาย: มีโทษจำคุกถึงสามปี และเสียค่าปรับ โทษฐานกระทำการลามกกับเพศเดียวกันและมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติ

ว่ากันตามความเป็นจริง: การดำเนินการต่อต้านเกย์เพิ่มมากขึ้นในช่วนสองสามปีที่ผ่านมา แต่ในเมืองใหญ่อย่าง Marrakech Tangier และ Essaouirah กลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในหมู่เกย์ (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส) และมีโสเภณีชายอยู่ทั่วไป มีรายงานว่ากษัตริย์องค์ปัจจุบัน โมฮัมเม็ดที่ ๖ (Mohammed VI) ถูกพบในบาร์เกย์ของสไตล์ยุโรปหลายแห่งก่อนได้รับราชสมบัติ

จตุรัสในเมืองมาราเคช...สวยดี


corbis.com 

 

จอร์แดน (Jordan)

ว่ากันตามกฎหมาย: ไม่มีข้อห้ามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันตามกฎหมาย แต่คนที่เป็น GLBT จะถูกลี้ภัย*ไปยังประเทศอื่น

ว่ากันตามความเป็นจริง: ในบรรดาประเทศมุสลิม จอร์แดนถือว่าเป็นประเทศที่ใจกว้างกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากที่สุดประเทศหนึ่ง คาเฟ่และที่สถานที่ชุมนุมของชาวเกย์มีอยู่ทั่วไปในกรุงอัมมาน (Amman) ซึ่งเป็นเมืองหลวง

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: ขออภัยอย่างรุนแรง asylum แปลได้ว่า ที่ลี้ภัยด้วย ไม่ใช่โรงพยาบาลบ้าอย่างเดียว ตอนแรกแปลว่าโรงพยาบาลบ้าเฉยเลย ...อ๊ายอาย

 

อียิปต์ (Egypt)

ว่ากันตามกฎหมาย: ในทางเทคนิครักเพศเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย แต่กลับถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดในข้อหาลุ่มหลงในโลกียวิสัย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Hosni Mubarak รัฐบาลก็เริ่มดำเนินการต่อต้านเกย์ การจับกุมครั้งใหญ่เรียกว่า “Cairo 52”* เกิดขึ้นบนเรือจัดงานเลี้ยงสำหรับเกย์ที่จอดอยู่ริมแม่น้ำไนล์ ในปี ๒๐๐๑ เป็นตัวอย่างที่โด่งดังที่สุด ๒๓ คนจาก ๕๒ คนที่ถูกจับกุม ติดคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี บางส่วนที่หลบหนีไปได้ก็ถูกเนรเทศออกจากประเทศไปเลย ในปี ๒๐๐๔ เด็กหนุ่มวัย ๑๗ ปี ถูกพิพากษาให้จำคุก ๑๗ ปีในหลายข้อหาที่พัวพันกับการลงประวัติของตนในเว็บไซต์หาคู่สำหรับเกย์ ...ซวยมากเลยน้องเอ๋ย พี่ล่ะเศร้าใจแทนจริง ๆ....

ว่ากันตามความเป็นจริง: อียิปต์เป็นศูนย์กลางแห่งสื่อในโลกมุสลิม ดังนั้นตัวละครเกย์จึงหาทางปรากฏตัวในนิยาย หรือแผ่นฟิล์มในประเทศได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็ภายในสังคมกรุงไคโร การออกล่าหนุ่ม ๆ มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในเขตที่นักท่องเที่ยวเยอะ และสถานที่ชุมชุมชาวเกย์ในเขตเมืองหลวงก็ยังมีอยู่

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: คดี Cairo 52 หาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวิกิพีเดียนะครับ มีรายละเอียดต่างกันเยอะเลย http://en.wikipedia.org/wiki/Cairo_52

 

ซาอุดิอาระเบีย (Saudi Arabia)

ว่ากันตามกฎหมาย: ชารีอะฮฺ หรือกฎหมายอิสลาม เป็นกฎหมายประจำชาติ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีบทลงโทษถึงตาย (โดยการปาหินใส่ แต่ก็มีบางรายงานกล่าวถึงการตัดหัวด้วย) เฆี่ยน ๑๐๐ ที* หรือจำคุก

ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้ว่าจะเป็นประเทศหัวอนุรักษ์นิยมที่สุดในโลกมุสลิม แต่การแบ่งแยกเพศชาย-หญิงอย่างเข้มงวด** และจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศจำนวนมากที่เป็นชายโสด แสดงให้เห็นถึงการจำยอมต่อพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ในหลายระดับ การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันอย่างเงียบ ๆ และงานเลี้ยงแบบเถิดเทิงสุดเหวี่ยงไม่ใช่เรื่องผิดปกติในกรุงริยาด (Riyadh) และเมืองอื่น ๆ

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: ล่าสุดเมื่อตุลาคม ๒๐๐๗ เด็กหนุ่มสองคนถูกเฆี่ยน ๗,๐๐๐ ครั้งลองค้นคำว่า “7000 lashes” ดูถ้าอยากอ่านรายละเอียด

**การแบ่งแยกชาย-หญิงอย่างเข้มงวดทำให้เกิดพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ เนื่องจากเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ชายหนุ่มยอมต้องหาที่ระบายอารมณ์ทางเพศ แต่การแยกชายหญิงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้หญิงได้นอกจากจะแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวไป ชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์จึงต้องหันมาเล่นเพื่อนหรือบางทีก็โดนเพื่อนเล่นหรือบางกรณีอาจจะเป็นชายหนุ่มอยากจะเล่นเพื่อนก็เลยต้องให้เพื่อนเล่นเสียก่อนเป็นการแลกเปลี่ยนกัน คำอธิบายนี้คล้ายกับคำอธิบายเรื่องรักเพศเดียวกันในสมัยกรีก(ที่ดูมาจากสารคดี) ชายกรีกมีค่านิยมแต่งงานกับสาวพรหมจรรย์ แต่สาว ๆ กรีกจะรักษาพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันแต่งฯ ได้ก็ต่อเมื่อ หนุ่มกรีกหันไปเล่นเพื่อนไปพลาง ๆ ก่อน

ภาพการถูกเฆี่ยน ไม่ใช่ในซาอุฯ (อิหร่าน) และไม่รู้โดนข้อหาอะไร แต่ดูก็รู้ว่าโคตรเจ็บอ่ะ ดูคนโบยเหวี่ยงไม้สิ ข้าง ๆ ที่คลุมหน้านั่น มือสำรองใช่มั้ย เผื่อเหนื่อยจะได้เปลี่ยนกัน แรงเฆี่ยนจะได้ไม่ตก


http://img.dailymail.co.uk/i/pix/2007/08_02/lashiran2208_800x619.jpg 

 

อิรัก (Iraq)

ว่ากันตามกฎหมาย: ความโกลาหลในอิรัก ภายใต้การควบคุมของอเมริกาทำให้นโยบายราชการต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน ช่วงก่อนสงครามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่อนุมัติในผู้ใหญ่ แต่หลังจากการล้มล้างอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน พฤติกรรมรักเพศเดียวกันกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายจนกระทั่งปัจจุบัน

ว่ากันตามความเป็นจริง: กลุ่มล่าสังหาร(Death Squad)*มุ่งเป้าไปที่เกย์และเลสเบี้ยน แต่มีเซฟเฮ้าส์ (Safe Houses) สำหรับเกย์และเลสเบี้ยนที่ต้องการสถานที่ลี้ภัย การออกล่าหนุ่มและนัดเดทกันทางอินเตอร์เน็ตในแถบเคอร์ดิสถาน (Kurdistan) จะปลอดภัยกว่า (เคอร์ดิสถานเป็นเขตปกครองตนเองพิเศษของอิรัก ใช้ธงคนละผืนด้วย น่าจะเป็นรัฐอิสระแบบหนึ่ง)

*จขบ. อธิบายเพิ่ม: Death Squad ดำเนินการทำลายล้างเกย์ภายใต้แคมเปญ “Sexual Cleansing” ถ้าเป็นเกย์ที่ดูภายนอกแมน ๆ จะไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ถ้าตุ้งติ้ง หรือแต่งตัวเนี้ยบเกินอาจเป็นอันตรายได้ กลวิธีของกลุ่มนี้มีตั้งแต่การทำร้ายผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเกย์ตามถนน ไปจนถึงเข้าหาเกย์โดยแสร้งว่าตัวเองก็เป็นเกย์เหมือนกัน สุดท้ายพอเหยื่อแสดงตัวก็จัดการซะ

การฆ่าของ Death Squad ดังกล่าวมาจากแนวคิดผิด ๆ ว่า พฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เป็นพฤติกรรมที่รับมาจากตะวันตก (โลกมุสลิมต่อต้านแนวคิดตะวันตกมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) และเป็นการชักนำมาโดยไชตอน(ซาตาน) แต่อันที่จริงตามวรรณคดีเก่า ๆ ของโลกอาหรับก็มีพฤติกรรมเหล่านี้ปรากฏมาตลอด แนวคิดที่ว่ารับมาจากตะวันตกจึงเป็นความเข้าใจผิด และเนื่องจากความโกลาหลหลังสงคราม Death Squad จึงฉวยโอกาสตั้งศาลเตี้ยได้ง่าย เพราะระบบกฎหมาย นโยบายการเมืองต่าง ๆ อย่างไม่เข้าที่เข้าทางดี


ภาพชายสามคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นเกย์ ถูกพบเสียชีวิต เป็นฝีมือกลุ่ม Death Squad


http://www.sodomylaws.org/world/iraq/bagdad_murders.bmp

คราวหน้ามาต่อกับภาค ๒: ตุรกี อัฟกานิสถาน มาเลเซีย อินโดนิเซีย อิหร่าน ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรต (ขอเวลาเรียบเรียงหน่อย)

 

อ้างอิง

Source: Out traveler, Oct 2007 p.48-49

Title: The Gay Map of the Islamic World

Picture: Corbis.com, Google,

http://img.dailymail.co.uk/i/pix/2007/08_02/lashiran2208_800x619.jpg

http://www.pglo.net/images/amir3.jpg

http://www.sodomylaws.org/world/iraq/bagdad_murders.bmp

Homosexual Identity Development

posted on 26 Jan 2008 21:27 by pisces  in Gay, Social

เผอิญไปอ่านเจอมา เห็นทฤษฎีี่น่าสนใจเลยเอามาให้อ่านสั้น ๆ

คิดว่าหลายคนคงเคยอ่านหรือรู้มาแล้ว เพราะว่ามันเป็นทฤษฎีพื้นฐานในเรื่องอัตลักษณ์ของกลุ่ม GLBT (Gay, Lesbian, Bisexual และ Transgender)

รูปแบบพัฒนาการอัตลักษณ์ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันของ Cass* (The Cass Model of Homosexual Identity Development)

๑. ขั้นสับสน (Identity Confusion): ขั้นแรกเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจเป็น GLBTแต่ยังคิดว่าตัวเองยังอยู่ในเพศกระแสหลักอยู่ และปฏิเสธหรือต่อต้านความรู้สึกภายในของตน

๒. ขั้นเปรียบเทียบ (Identity Comparison): เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนแวดล้อม เทียวตัวเองทั้งกับคนที่เป็นเกย์ และคนที่ไม่ได้เป็น หรือเทียบกับคนที่เพศวิถีอื่น ๆ ที่ต่างออกไป

๓ .ขั้นรับได้ (Identity Tolerance): ขั้นนี้เริ่มรับสภาำพความเป็นเกย์ของตนเอง และอาจจะเข้ากลุ่มสังคมเกย์ด้วย แต่การรับสภาพและเข้ากลุ่มดังกล่าวเป็นแบบ "จำยอม" หรือ "พอรับได้" (Tolerating) ไม่ได้เป็นในแบบ "อ้าแขนรับอย่างเต็มใจ" (Embracing)

๔. ขั้นยอมรับ (Identity Acceptance): เริ่มพัฒนาทัศนคติในเชิงบวกต่อการเป็นเกย์ รู้สึก "ใช่" หรือรู้สึกว่า "ปกติ" ที่อยู่ในหมู่เกย์ อย่างไรก็ตามขั้นนี้ก็ยังมีอาการแสร้งทำตัวเป็นเพศกระแสหลักอยู่บ้าง จะเปิดเผยตัวตนต่อครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น

๕. ขั้นทะนงตน (Identity Pride): มีความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นเกย์อย่างล้นเหลือ ยอมรับอย่างเต็มที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนGLBT และรู้สึกโกรธที่สังคมมองเกย์ด้วยทัศนคติและความเชื่่อเชิงต่อต้าน (anti-gay attitude) แต่จะแปรเปลี่ยนความโกรธนั้นเป็นกำลังในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์และความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคม (Gay Activist...พวกต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์การแต่งงานของเพศเดียวกัน เป็นต้น)

๖. ขั้นลงตัว (Identity Synthesis): ในที่สุดเมื่อมาถึงขั้นนี้บุคคลจะพบสันติสุขในอัตลักษณ์ของตน คือไม่ได้รู้สึกละอายที่เป็นเกย์ แต่ก็ไม่ได้ภูมิใจ โอ้อวดใคร ๆ เขาไปทั่ว ตัวตนที่เป็นกับตัวตนที่แสดงออกให้สาธารณะเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามารถอยู่กลมกลืนกับชุมชุนเกย์และไม่เกย์ได้อย่างสบาย สรุปง่าย ๆ ขั้นที่หกคือเกย์ขั้นเทพนั่นเอง

ใครอยู่ขั้นไหนพิจารณาเอาเองนะครับ

*Vivienne Cass เป็นชื่อคนคิดทฤษฎี เลยเรียกว่า "The Cass Model" นั่นเอง

ปล. อย่าหาว่าดัดจริตใช้ภาษาอังกฤษคำไทยคำนะครับ ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากมายอะไร กลัวแปลเพี้ยนเลยต้องเอาภาษาอังกฤษมากำกับบางคำ กันเหนียว

ขอทิ้งท้ายด้วยภาพเกย์ ๆ สักหน่อย

สาวสวยตามงานพาเหรด (แหม...เห็นแล้วอยากได้ร่มลูกไม้บ้างจัง)

ภาพนี้แอบโปรโมทสิทธิสตรีไปในตัว

จบแล้วจ้า

เครดิต: Handbook of Gay, Lesbian, Bisexual and Transgender Administration and Policy By Wallace Swan (Ed.) Chapter 8: Queer Youth Issues by Tracy Phariss, p.159