สิทธิมนุษยชนเพื่อความหลากหลายทางเพศ
posted on 26 Mar 2009 21:05 by pisces in Socialวันนี้วันครบสองปีหลังจากที่หลักการยอกยาการ์ตา ถูกประกาศครั้งแรกในเวทีสหประชาชาติกรุงเจนีวา แต่ดูเหมือนคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ (นักเคลื่อนไหว) เกย์ กับวงการสิทธิมนุษยชนจะไม่ค่อยรู้จัก (เกย์กะเทยบางคนก็ไม่รู้จัก...ตัวผมเองก็เพิ่งรู้จักเมื่อครึ่งปีก่อนเอง) บางคนอาจเคยได้ยิน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคืออะไร เนื่องในโอกาสครบสองปี มาอ่านถามตอบง่าย ๆ ตามความเข้าใจของจขบ.กัน
มันคืออะไรเหรอ ไอ้ยา ๆ ต้า ๆ อะไรเนี่ย?
- หลักการยอกยาการ์ตา คือการประยุกต์กฎหมายสิทธิมนุษยชนมาใช้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้ร่วมยกร่างหลักการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนที่มาจากทุกทวีปทั่วโลก (มีตัวแทนจากไทยด้วย ศ.วิทิต มันตาภรณ์จากจุฬาฯ) รวมทั้งตัวแทนจากเกย์และเลสเบียน NGO ด้วย ทำให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การประชุมร่างหลักการเกิดขึ้นที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย หลักการนี้จึงได้ชื่อตามชื่อเมือง
แล้วมันต่างจากหลักการสิทธิมนุษยชนสากลยังไง?
- อธิบายง่ายก็คือ หลักสิทธิมนุษยชนสากลเปรียบเหมือนกฎหมายแม่บทหรือรัฐธรรมนูญที่ให้กรอบกว้าง ๆ ส่วนหลักการยอกยาร์กาตาก็เป็นกฎหมายลูกที่ลงรายละเอียดเพื่อนำไปใช้จริงสะดวกขึ้น ความพิเศษของหลักการนี้คือมีการแนบแนวทางให้รัฐดำเนินการ ต่อประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีพื้นฐานมาจากวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศมาในหลักการแต่ละข้อ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชายจริงหญิงแท้อย่างเดี๊ยน?
- จริงอยู่ที่ว่าคนที่ลุกขึ้นมาเย้ว ๆ เรื่องหลักการนี้เป็นชาวเกย์ แต่มันไม่ได้ให้สิทธิคุ้มครองชาวเกย์เท่านั้น ในแง่ของผู้หญิง ถามว่าปัจจุบันยังมีการกีดกันกดขี่ หรือความรุนแรงภายในครอบครัวอยู่หรือเปล่า ก็ยังมี ถ้าเกิดโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะจากคนกลุ่มใด (สามี เจ้านาย หรือญาติ) คุณก็สามารถอ้างหลักการนี้ประกอบการร้องเรียนได้ หรือถ้ารัฐรับหลักการนี้ไปปฏิบัติ ก็จะมีมาตรการลงโทษผู้ละเมิดสิทธิ ก็จะทำให้ทุกคนรู้จักเคารพเพศอื่นที่ต่างจากเพศตัวเองมากขึ้น
- ในกรณีคุณผู้ชาย คุณก็อย่านึกว่าหลักการนี้ไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เพราะการข่มขืนผู้ชาย (ไม่ว่าจะจากผู้หญิง เกย์ กะเทย หรือชายแท้ด้วยกันเอง...อ่านเรื่องการข่มขืนผู้ชายต่อเชิญ คลิก) ก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าบ้านเมืองไหน กฎหมายข่มขืนยังไม่ได้ให้การคุ้มครองครอบคลุมถึงผู้ชาย คุณก็สามารถนำหลักการนี้ไปสนับสนุนการออกกฎหมายได้ ดังนั้นหลักการยอกยาร์กาตาจึงเกี่ยวข้องกับทุกคนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ
หลังจากประกาศหลักการแล้วเป็นไงบ้างล่ะ์?
- หลักการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโลกตะวันตกและละตินอเมริกา องค์กร NGO และองค์กรในเครือองค์การสหประชาชาติ แต่ถูกต่อต้านจากกลุ่มศาสนาบางกลุ่มเท่านั้น
- ในประเทศกำลังพัฒนาอันได้แก่ ทวีปแอฟริกา และเอเชีย มีปฏิกริยาต่อหลักการนี้อย่างเงียบฉี่ -*- แต่ที่แน่ ๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญปี ๕๐ นักสิทธิมนุษยชนไทยใช้หลักการนี้ในการล็อบบี้การยกร่างมาแล้ว
แล้วจะเอามาบอกทำไม?
- ที่ต้องเอามาลงก็เพราะผมคิดว่าสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งที่เรามีติดตัว อยู่ที่ว่าเราจะตระหนักว่าเรามีมันหรือไม่ ถ้าตระหนักว่ามี เราก็จะรู้จักใช้มัน การที่ผมเอามาลงก็เพื่อบอกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ หรือเลสเบียน ฯลฯ คุณมีสิทธิเท่าเทียมกัน ถ้ามีใครมาละเมิดสิทธิคุณด้วยเหตุว่าคุณมีเพศอย่างที่คุณเป็น คุณต่อสู้ร้องเรียนได้
- อีกประการสำคัญที่ต้องเอามาลงก็เพราะสิทธิมนุษยชนจะไร้กำลังถ้าสังคมโดยรวมไม่รู้จักและรับรองมัน ถ้าเรารู้ว่าเรามีอยู่คนเดียว แต่สังคมไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่รับรอง ก็ยากที่สิทธิมนุษยชนจะทำงานได้
© Solus-VeerCorbis
ปล. อ่านจบแล้วรบกวนช่วยกระซิบบอกคนข้าง ๆ ตัวอย่างน้อยหนึ่งคน “นี่ตัว รู้จักหลักการยอกยา์การ์ตารึเปล่า...มันคือหลักการสิทธิมนุษยชนที่ช่วยให้เพศต่าง ๆ อยู่ในสังคมอย่างเสมอภาคกันไงล่ะ” ปากต่อปาก จะได้รู้จักกันอย่างทั่วถึงไงครับ
หมายเหตุ: หลักการทั้ง ๒๙ ข้อมาแปลให้เฉพาะหัวข้อ อ่านฉบับเต็มไปที่ www.yogyakartaprinciples.org (ในเว็บเขามี Q&A เหมือนกัน ถ้าอยากอ่านเนื้อหาแบบทางการก็ขอเชิญครับ)
๑. สิทธิที่จะได้รับประโยชน์จากสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกับคนทั่วไป
๒. สิทธิที่จะเท่าเทียมผู้อื่น และไม่ถูกแบ่งแยก
๓. สิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย
๔. สิทธิในการดำรงชีวิต
๕. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยของบุคคล
๖. สิทธิที่จะมีพื้นที่ส่วนตัว (สิทธิส่วนบุคคล)
๗. สิทธิที่จะมีอิสระจากการถูกริดรอนเสรีภาพโดยพลการ
๘. สิทธิที่จะได้รับพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม
๙. สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมขณะถูกคุมขัง
๑๐. สิทธิที่จะถูกกันจากการทรมาน และการลงโทษหรือการปฏิบัติอย่างทารุณ ไร้มนุษยธรรม หรือหยามเกียรติ
๑๑. สิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากการซื้อขายมนุษย์ทุกรูปแบบ
๑๒. สิทธิที่จะทำงาน
๑๓. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยในสังคม และมาตรการป้องกันทางสังคมอื่น ๆ
๑๔. สิทธิที่จะได้รับมาตรฐานการครองชีพอย่างเพียงพอ
๑๕. สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม
๑๖. สิทธิทางการศึกษา
๑๗. สิทธิที่จะได้รับการดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสูงสุด
๑๘. การป้องกันจากการทารุณทางการแพทย์
๑๙. สิทธิในเสรีภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก
๒๐. สิทธิในการชุมนุมหรือสมาคมโดยสงบ
๒๑. สิทธิในเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา
๒๒. สิทธิในเสรีภาพแห่งการเคลื่อนย้าย (ไปไหนมาไหนได้อย่างเสรี)
๒๓. สิทธิที่จะขอลี้ภัย
๒๔. สิทธิที่จะสร้างครอบครัว
๒๕. สิทธิที่จะเข้าร่วมในกิจการสาธารณะ
๒๖. สิทธิในการร่วมใช้ชีวิตทางด้านวัฒนธรรม
๒๗. สิทธิที่จะสนับสนุนสิทธิมนุษยชน
๒๘. สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายอย่างเต็มที่
๒๙. รัฐต้องสามารถตรวจสอบการกระทำอันละเมิดสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้
สิทธิในหลักการทั้งหมดจะต้องไม่ถูกกีดกัน แบ่งแยก หรือละเมิด ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับวิถีทางเพศ (Sexual Orientation) และเพศสภาพ (Gender Identity) ของบุคคล

ทำไมแค่มีอะไรที่แตกต่าง ถึงต้องได้รับความไม่เท่าเทียมกันด้วยก็ไม่รู้เนอะ
นี่แหละมนุษย์ อิอิ
#1 By GroundFloor on 2009-03-26 22:06