กระบวนทัศน์ในศาสนา

posted on 14 Oct 2008 20:32 by pisces in Social

ม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาอัพเร็วอย่างนี้ แต่พอดี ได้คุยกับเพื่อนในบลอกท่านหนึ่งเกี่ยวกับศาสนา ทำให้นึกถึงกระบวนทัศน์ศาสนาสามตัวนี้ จริง ๆ ใช้กับเรื่องอื่น ๆ นอกจากศาสนาก็ได้

อย่างแรกก่อนเลย กระบวนทัศน์คืออะไร (หลายท่านเริ่มด่า มึงเอาศัพท์ประหลาด ๆ มาให้กูแปลอีกแล้ว) บางคนเรียกว่า ทัศนะแม่บท (เออ แปลไทยเป็นไทยได้อีก) หมายถึงกรอบ หรือสิ่ง หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เรามองโลกอย่างทุกวันนี้นั่นแหละ  

©corbis.com 

กระบวนทัศน์ทางศาสนาก็คือระบบการมองศาสนาของแต่ละคน มีอยู่ ๓ ประเภท

๑. Exclusivism (กระบวนทัศน์แบบแบ่งแยก) คือการมองว่าศาสนาของฉันดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้ง ไม่มีทางรอดในศาสนาอื่น เช่น

  • ศาสนาพุทธเท่านั้นที่ทำให้คุณพ้นทุกข์ได้ คำสอนศาสนาอื่นไม่อาจทำให้คุณพ้นทุกข์ได้  
  • ไม่มีความรอดใดอยู่นอกคริสตจักร
  • ผู้อยู่ในทางนำ (ของอัลลอฮฺ) เท่านั้นจึงจะรอด

๒. Inclusivism (กระบวนทัศน์แบบเหมารวม) คือมองว่าศาสนาอื่น ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาของฉันนั่นแหละ เช่น

  •  คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ดี นบีมูฮัมมัดก็ดี พระคริสต์ก็ดี จริง ๆ แล้วก็เป็นการเผยพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้ารูปแบบหนึ่งเช่นกัน (พวกบาไฮใช้เยอะ จริง ๆ ใช้รวมศาสดาแทบทุกศาสนา)
  • ในศาสนาฮินดูเชื่อว่า พระพุทธเจ้าเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ (Edit เพื่อความชัดเจนสำหรับเกรียนบางคน)

๓. Pluralism (กระบวนทัศน์แบบหลากหลาย) คือมองว่า ทุกศาสนามีวิถีทาง ความเชื่อ คำสอน และศาสดาแตกต่างกันก็จริง  แต่ก็เป็นทางรอดทางพ้นทุกข์ในแบบของตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน เช่น 

  • เธอเป็นมุสลิม ฉันเป็นพุทธ เขาเป็นคริสต์ ถ้าเราต่างคนต่างดำเนินชีวิตตามคำสอนของศาสนาเรา แต่ละคนก็จะพ้นทุกข์ได้เหมือน ๆ กัน ในวิถีทางที่ต่างกัน

 

©corbis.com

โอเค ทีนี่ลองมาวิพากษ์วิจารณ์แต่ละกระบวนทัศน์ดูหน่อย เริ่มจาก

Exclusivism ข้อดีคือ ถ้าคุณต้องการพลังมวลชนทางความเชื่อในศาสนา คุณก็ควรสนับสนุนการมองแบบนี้ ...ศาสนาฉันดีที่สุด เป็นทางรอดทางเดียว ศาสนาอื่นน่ะมันนอกรีตนอกรอย ต้องมานับถือศาสนาฉันไม่งั้นพวกแกตกนรกหมด... ฟังดูดีมั้ยครับ ฮึกเหิม เหมาะแก่การปลุกระดมก่อการใหญ่อะไรสักอย่าง (บอกว่าก่อการเฉย ๆ ยังไม่ได้บอกว่า ดี หรือร้าย อย่าเพิ่งตัดสิน) แต่อย่าลืมว่าถ้าอีกฝ่ายก็อาจใช้กระบวนทัศน์แบบนี้เหมือนกัน ฮึกเหิมเหมือนกัน จวกอีกศาสนาหนึ่งว่าไม่ดีเช่นกัน ถ้าปะทะกันจะเกิดอะไรขึ้น คิดเอาเอง ...

Inclusivism อันนี้ฟังดูเหมือนเข้าที ...ศาสนาไหน ๆ ก็เหมือน ๆ กันแหละ แต่เหมือน ๆ กันในนามศาสนาฉันนะ... วรรคหลังชักจะยังไง ๆ เป็นกระบวนทัศน์ที่ชวนตีกันได้เหมือนกัน ถ้าคุณรวมศาสนาเขาไว้กับของคุณ เขาจะยอมคุณเหรอ ในทางกลับกันถ้าเขารวมศาสนาคุณไว้กับของเขา คุณจะยอมเขามั้ย แล้วถ้าคุณไปเผอิญรวมศาสนาของคนกลุ่ม Exclusivism มาไว้กับคุณรับรองเขาเล่นคุณตายเลยล่ะ

Pluralism โลกเรามีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ดังนั้นการที่เราไปตัดสินว่าเขาด้อยกว่าหรือเขาก็เหมือนกับเรา อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ แต่ถ้าเราไม่ตัดสินเขา ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น ไม่ว่าเขาจะนับถือศาสนาใดก็ตาม ลองทำใจยอมรับว่า เขาก็มีทางของเขาที่แตกต่างจากเรา เขาก็เป็นคนดี ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องมานั่งตัดสินเลยว่า ...ไม่นะ คำสอนแบบนั้นมันผิด... หรือ ...ไม่นะ นั่นไม่ใช่ทางรอด นี่ต่างหากทางรอด... ข้อควรระวังของกระบวนทัศน์นี้คือ ไม่ใช่ว่า อ่อ ยอมรับความแตกต่างหลากหลายใช่มั้ยงั้น ...เธอจะนับถืออะไรก็ช่างฉันไม่แคร์... แต่ควรจะเป็น ...เธอจะนับถืออะไรก็ช่างแต่ฉันแคร์ เช่น 

  • คุณจะโทรศัพท์หาเพื่อนมุสลิมวันศุกร์ แต่ก็ต้องยั้งมือไว้เพราะรู้ว่าเขาต้องไปละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะฮฺ) ...นี่คือเธอจะนับถืออะไรก็ช่าง แต่ฉันแคร์
  • คุณนัดเพื่อนชาวคริสต์ไปกินข้าววันเสาร์แทน เพราะรู้ว่าเพื่อนต้องไปโบสถ์วันอาทิตย์ ...นี่คือเธอจะนับถืออะไรก็ช่าง แต่ฉันแคร์
  • คุณกับเพื่อนมุสลิมชวนกันไปกินข้าว คุณเลี่ยงร้านข้าวหมูแดง ร้านข้าวขาหมู ...นี่คือเธอจะนับถืออะไรก็ช่าง แต่ฉันแคร์ ...อย่าทำเป็นเล่นไปคนพุทธหลายคนลืมตัวนะครับ ชวนเขากินหมูเฉยเลย
  • อาจารย์มุสลิม รีบสอนให้เสร็จก่อนสิบเอ็ดโมง เพราะห่วงว่าพระนักศึกษาต้องไปฉันก่อนเที่ยง ...นี่คือเธอจะนับถืออะไรก็ช่าง แต่ฉันแคร์

 

©corbis.com 

ลองตรองดูสิว่าคุณเป็นแบบไหน ไม่ใช่แต่ในเรื่องศาสนาเท่านั้น ในทุก ๆ เรื่องของชีิิวิตคุณ และขอให้ มองต่อไปว่าแบบไหนที่มันทำให้สังคมโลกน่าอยู่กว่ากัน แบบไหนที่คุณควรนำมาใส่ใจปฏิบัติ 

ปล. ๑ ก่อนหน้าจะได้เรียนเรื่องนี้ ผมก็เป็นพวก Exclusivism นะ ยอมรับเลย พุทธศาสนาเท่านั้น อย่างอื่นยอมรับไม่ได้เลย แต่พอได้เรียนแล้วรู้สึกว่าต้องเปิดใจยอมรับคนอื่นบ้าง และต้องเปิดใจวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองด้วยเช่นกัน (พอทำได้บ้างแต่ยังไม่ได้กับทุกเรื่องนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง - -" แต่จะพยายามต่อไป)

ปล. ๒ เดี๋ยวคนจะมองหาอ้างอิงเหมือนเอนทรี่อื่น ๆ อ้างอิงจากหัวผมครับเอนทรี่นี้  

#45 ใจเย็นครับ ผมเข้าใจว่าศาสนาส่วนใหญ่กดขี่เกย์ แต่เกย์หลายคนเขาก็อยากมีศาสนานะ ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเีรื่องของเขานะ big smile

#47 By pisces on 2009-11-08 15:48

#44 ในทัศนะของศาสนาฮินดู พระพุทธเจ้าถือเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์
โลกแคบอยู่แต่ในพุทธศาสนานะคุณ แล้วยังมีหน้ามาว่าคนอื่นผิดอีก
http://th.wikipedia.org/wiki/พระวิษณุ
แหกตาอ่านซะบ้าง

#46 By pisces on 2009-11-08 15:45

ศาสนา มีไว้สำหรับคนที่ไม่รู้ความจริงมากพอหรือไม่สนใจที่จะหาความจริงเท่านั้นแหละ เป็นเกย์ก็ควรเป้นอิสระได้แล้ว เพราะไม่ว่าสิ่งใดก็สู้วิทยาศาสตร์ไม่ได้หรอก

#45 By ความจริง (118.32.199.47) on 2009-11-03 23:09

พระพุทธศาสนา ไม่มีพระผู้เป็นเจ้า
พระพุทธเจ้าไม่ใช่ปางหนึ่งขององค์นารายณ์
(มันเป็นเพียงแค่คำสอนของศาสนาหนึ่งที่ไม่มีเค้ามูล)
พระพุทธเจ้า คือผู้ประเสริฐที่สุดในหมื่นจักรวาล หาผู้ใดเปรียบ พระองค์สั่งสมบารมีมากว่า 30 ทัศ เป็นไปไม่ได้เลยที่พระองค์จะเป็นปางของเทพองค์ใด ในพุทธกาลพระองค์ไม่พูดถึงพระนารายณ์ด้วยซ้ำ หรือเทพองค์ไหนๆ แต่ในพุทธประวัติ พระพรหมกับพระอินทร์มีปรากฎอยู่

ในทางพระพุทธศาสนาก็สอนเรื่อง กระเทยนะ พระพุทธองค์ตรัสว่า ที่เป็นอย่างงี้ก็เพราะชาติที่แล้วไปหลอกผู้หญิงไว้
แต่ เกย์นี่ ไม่รู้เหมือนกัน คงทำนองเดียวกันละมั้ง

ผมแค่มาอ่านเจอข้อมูลผิดๆ เลยทนไม่ไหวที่จะเงียบไปเฉยๆ

#44 By ก้าน (58.9.121.155) on 2009-10-30 20:25

ถูกครับ ถ้าพวก moderate เขาอยู่ได้ไม่กระทบกระทั่งก็หมดปัญหาไป แต่ปัจจุบันมันไม่ค่อยจะเป็นอย่างนั้นน่ะสิ ในหลายเรื่องอย่างคุมกำเนิด สอนวิวัฒนาการ พวก moderate นี่แหละที่บุ้ยใบ้ไม่กล้ายืนเพื่อความถูกต้อง

คงต้องทำให้ศาสนาไม่อันตรายต่อผู้ถือได้ก่อนละมั้ง