คู่มือการเผยตัวตน (Coming out)
posted on 25 Sep 2008 15:30 by pisces in Book, Gay, Socialลังเลอยู่นานว่าจะเอาเรื่องนี้มาลงดีหรือเปล่า เพราะเคยเขียนเรื่อง Coming Out ไปแล้ว แต่คิดว่ามันแตกต่างกันเพราะเอนทรี่นั้นเหมือนเป็นทฤษฎี กรอบแนวคิดเรื่องการเผยตัวตนเท่านั้น แต่คู่มือที่จะลงต่อไปนี้ เป็นขั้นปฏิบัติ สำหรับคนที่คิดว่าพร้อมแล้วที่จะบอกเพื่อนและครอบครัวว่า ผม/ฉัน/หนู เป็นเกย์/เลสเบี้ยน ครับ/ค่ะ
© Josh Gosfield/Corbis
คู่มือต่อไปนี้พัฒนามาจากหนังสือชื่อ Outing Yourself ของ Michelangelo Signorrile (1995)
๑. เครือข่ายสนับสนุน: คุณควรจะหาเพื่อนฝูง(หรือคนรู้จัก) ผ่านประสบการณ์การเผยตัวตนมาอย่างโชกโชน คือเปิดเผยตัวกับคนมาแล้วหลายกลุ่ม เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน เจ้านาย ลูกน้อง ฯลฯ เข้าจะให้แนวทางในการวางตัวแก่คุณได้ดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร
๒. เหยื่อรายแรก (แปลขำ ๆ คือตัวเลือกแรกที่คุณจะเปิดเผยตัว): พยายามเลือกเหยื่อรายแรกเป็นพวก Hetero ที่ดูจะเข้าใจอะไรง่าย ๆ หน่อย อาจจะไม่ใช่เพื่อนชายจริงหญิงแท้ที่สนิทที่สุดของคุณก็ได้ เพราะเดิมพันอาจสูงเกินไป (และบางทีเพื่อนคุณอาจเป็นพวกเข้าใจอะไรยากกว่าที่คุณคิด) ควรเลือกคนที่คุณคาดว่าจะ "รับได้" ก่อน และคน ๆ นั้นต้องเป็นคนที่คุณไว้ใจว่าเขาจะเก็บความลับคุณได้ในช่วงที่คุณพยายามเปิดเผยกับเหยื่อรายต่อ ๆ ไป
๓. การฝึกจิต (โอเค... ไม่ใช่สมถะ/วิปัสสนากัมมัฏฐานแต่อย่างใด): ฝึกจินตนาการถึงตัวเองกำลังเปิดเผยตัวตนในสถานการณ์ที่คุณวางแผนไว้ นึกถึงตัวเองในฉากที่คุณคุ้นเคยและรู้สึกสบาย ให้นึกซะว่าคุณกำลังจะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ (ไม่ใช่เรื่องที่คุณรู้สึกผิด) ฝึกพูดว่า "ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ฉันคิดว่าเราสนิทกัน และฉันก็ไว้ใจเธอมากพอจะบอกว่า ฉันเป็นเกย์/เลสเบี้ยน" ...ถ้าเห็นว่าดัดจริตเกินขอเสนอ "เฮ้ย ! กูมีอะไรจะบอกมึง เพราะกูเห็นว่ามึงเป็นเพื่อน และกูก็สนิทกับมึงมาก กูไว้ใจมึงมากพอจะบอกมึงว่า กูเป็นเกย์/เลสเบี้ยน) ...คือแปลมาจากภาษาอังกฤษประโยคมันดูจั๊กกะดึ๋ยชอบกล เราคนไทยก็หาประโยคคำพูดดี ๆ แบบไทย ๆ มันจะได้ไม่กระดากเวลาพูด สรุปคือหาคำพูดดี ๆ เตรียมไว้ ฝึกพูดไว้ ควรจะเกริ่นนำก่อน แล้วค่อย ๆ เข้าเรื่อง ไม่ใช่ไปถึงตีแสกหน้าดังผั๊วะ บางทีเขาก็ตั้งตัวไม่ทัน เกริ่นนำก่อนเขาจะได้รู้ว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดมันสำคัญต่อเราและเขาอย่างไร
๔. วางแผน:
- จัดเวลา ต้องแน่ใจว่ามีเวลามากพอที่จะคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่า "...ฉันเป็นเกย์..." ติ้งหน่อง! ออดประตูบ้านดัง เพื่อนฝูงมากมายมาจัดงานปาร์ตี้วันเกิดที่บ้าน ...จบเห่เลยนะครับถ้าไม่ได้คุยกันจนรู้เรื่องน่ะ
- จัดเตรียมสถานที่ เลือกที่ที่คุณและเขารู้สึกสบายทั้งคู่ ...ไม่ใช่เพื่อนคุณเป็นโรคกลัวความสูง คุณดันไปเลือกที่เปิดตัวบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนยอดตึกสูง ๖๐ ถ้าเขาไม่สบายใจมันยอมส่งผลต่อการรับรู้นะครับ
- เตรียมเพื่อนเกย์/เลสฯไปเป็นกองหนุนอย่างน้อยหนึ่งคน ...ไม่ใช่ให้มายืนถือปอมปอมเชียร์กันออกนอกหน้านะครับ อาจจะให้อยู่อีกห้องหนึ่ง หรือแอบซุกมันไว้ในตู้ (กลายเป็นชู้ซะงั้น) ...เอามาไว้เผื่อผลออกมาแย่คือเขารับเราไม่ได้ เราจะได้มีคนปลอบใจปรับทุกข์ภายหลัง ไม่งั้นจะเคว้ง
- เตรียมตอบคำถามแย่ ๆ ด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ เช่น
Q: มึงรู้ได้ไงว่ามึงเป็นเกย์
A:อ้าว...ไอ้สัด แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามึงไม่ใช่
Q: มึงรู้ตัว (ว่าเป็นเกย์) มานานแค่ไหนแล้ว
A:อ่อ ก็ตั้งแต่กูกับมึงอาบน้ำด้วยกันที่เขาชนไก่ไง
Q: มึงไม่เป็น (เกย์) ได้มั้ย ...(มึงเปลี่ยนได้มั้ย)
A:แล้วมึงเป็นได้มั้ยล่ะ
Q: มึงเป็นเอดส์รึเปล่า
A:อ้าว...ไอ้เหี้ยนี่ พูดจาเปรี้ยวตีนเหลือเกินนะ
ที่ตอบมาทั้งหมดข้างบนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี จำไว้ต้องตอบอย่างนุ่มนวล สุขุม แม้บางคำถามมันจะทำให้เส้นเลือดบนขมับของคุณกระตุก หรือทำให้คันเท้าตะหงิด ๆ ก็ตาม จง keep cool ไว้นะจ๊ะ
๕. จงพึ่งพาความอดทน: จำไว้ว่าคุณกำลังจะบอกเพื่อนของคุณในสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมใจมาฟัง ในขณะที่คุณเตรียมตัวมานานแล้ว บางคนอาจตกใจ ประหลาดใจ หรือสับสน คุณต้องอดทนให้เวลาเขาคิด หรือถามคำถาม ปฏิกริยาเชิงลบในตอนแรก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับคุณไม่ได้ แต่เขาอาจต้องการเวลามากกว่านี้ ดังนั้นถึงแม้ว่าเพื่อนคุณมีปฏิกริยาเชิงลบ แต่ไม่ได้ถึงขนาดตีโพยตีพายด่าทอคุณเสีย ๆ หาย ๆ ขอให้คุณอยู่คุยกับเขาต่อ แสดงความเห็นใจต่อความสับสนของเขา เช่น พูดว่า "เรื่องนี้คงทำให้เธออัพเซตมากสินะ" และค่อย ๆ คุยต่อไป อย่าลืมตอบคำถามเขาให้ดี ๆ
๖. ควบคุมความโกรธ: ถ้าเพื่อนคุณแสดงท่าทีเป็นศัตรู ด่าทอคุณด้วยคำหยายคาย ให้คุณจบการสนทนาอย่างสุภาพ "ฉันเสียใจที่คุณรับเรื่องเรื่องนี้ไม่ได้ ดังนั้นฉันคิดว่าฉันควรจะกลับไปก่อน" แล้วก็เผ่นทันที อย่าหยาบคายหรือโกรธตอบเด็ดขาด ไม่งั้นเพื่อนคุณจะมีเหตุผลในการโกรธเกลียดคุณขึ้นมาจริง ๆ
© Heide Benser/zefa/Corbis
ประสบการณ์ส่วนตัว (ไม่ต้องอ่านก็ได้แต่อยากให้อ่านข้อเสนอแนะ)
ตัวผมกับครอบครัว ไม่ได้เป็นไปตามคู่มือหรอกครับ ตอนนั้นผมรู้อะไรที่ไหน วันหนึ่งรู้สึกทนไม่ได้อยากคุยกับแม่ให้รู้เรื่องก็เอาเลย ไม่มีการเตรียมตัวอะไรทั้งสิ้นเพราะคิดว่าแม่ต้องเอะใจสงสัยอยู่แล้ว แล้วเป็นไงครับ เกือบบ้านแตก แม่ร้องไห้ พ่อก็เข้ามาเคลียร์ สุดท้ายจบลงด้วยการพบจิตแพทย์ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยนะผมว่า มันทำให้เรารู้สึกไม่เชื่อใจพ่อแม่อีกเลย เหมือนกับว่าเขาเห็นเราผิดปกติ ไม่ยอมรับเรา บลา ๆๆๆๆ ปัจจุบันดีขึ้นเยอะ เข้านโยบาย Don't ask, don't tell ไปแล้ว ผมทำอะไรก็ได้ จะเพ้อถึงนายแบบรูปงาม จะซื้อนิตยสารเกย์เข้าบ้าน จะอ่านการ์ตูนวาย ก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ผมไม่ยกเรื่องนี้มาพูดให้แสลงใจคนในบ้านอีก (ไม่ใช่บทสรุปที่ดีที่สุด แต่ก็โอเคในระดับหนึ่งสำหรับผม ถ้าจะขอให้พ่อแม่ผมบอกใครต่อใครว่ามีลูกเป็นเกย์อย่างมีความสุข ก็ดูจะขอมากไปหน่อย)
นอกจากครอบครัว ผมเคยโพล่งเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงที่เรียนป.โทด้วยกัน แกอายุมากกว่าผมเจ็ดแปดปีได้มั้ง คิดเอาเอง(อีกแล้ว) ว่าแกจะต้องเอะใจบ้าง ปรากฏว่าเจ๊แกชักสีหน้าใส่ผมอ่ะ ทั้งที่ผมคิดว่าแกเป็นคนที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายได้ดีนะครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต่อให้เป็นคนที่เขาเอะใจหรือสงสัยเราอยู่แล้ว ใช่ว่าเขาจะรับได้ทันทีเสมอไปนะครับ มันเหมือนกับว่า "เอะใจสงสัย" เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่ใช่ความจริง แต่ถ้าเราเปิดปากรับเองเมื่อไร โป๊ะ! ความสงสัยทั้งหลายกลายเป็นความจริง ไม่เหลือที่ว่างสำหรับความหวังอีกต่อไป เขาก็เลยตกใจสับสน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการ coming out มันสำคัญตรงที่ เราได้ทำความจริงให้ปรากฏด้วยตัวเอง ไม่ต้องปล่อยให้คนคาดเดาเอง (ปกติผมชอบให้รู้เอง ค่อย ๆ ปล่อยตัวทีละนิด)
เพิ่มเติมอีกนิด สำหรับผู้ืที่ต้องการ coming out: ผมคิดว่าสิ่งที่คู่มือนี้ขาดไปคือเรื่อง ผลที่ตามมา คุณต้องอ้าแขนรับ "ผลที่ตาม" จากการ coming out ของคุณเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแง่ดีหรือแง่ร้าย เพราะฉะนั้นพิจารณาถึง "ผลที่ตามมา" ด้วยก็ดีนะครับ สำหรับตัวผมคิดว่ามันจะเกิดผลดีในระยะยาว แต่ระยะสั้น ๆ ผล...อาจจะน่าเซ็งกว่าที่คาดหวังไว้
© image.com/Corbis (pisces เติมคำในบอลลูน)
ข้อเสนอแนะเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ใหญ่หลวงยิ่งนัก
coming out ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นบททดสอบเกย์และเลสเบี้ยนเท่านั้น แต่อันที่จริงมันเป็นบททดสอบจิตใจของชายจริงหญิงแท้ที่เป็นผู้รับสารด้วยนะครับ คุณจะพบว่าโลกนี้มีคนพูด (แต่ปาก) ว่า "จะเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ อะไรฉันก็รับได้ทั้งนั้น" หรือ "ฉันรักความแตกต่างหลากหลาย" หรือ "สังคมเราเป็นสังคมพหุลักษณ์เรื่องแบบนี้ควรยอมรับกันได้แล้ว" ผมถามตรงนี้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อคุณกลับมาบอกว่า "พ่อเป็นเกย์นะลูก" หรือ "แม่เป็นเลสเบี้ยนนะจ๊ะ" เอาให้หนักกว่านั้นอีก "พ่อจะไปผ่าตัดแปลงเพศนะลูก" คุณจะว่ายังไง คำพูดสวยหรูใคร ๆ ก็พูดได้ แต่คนพูดได้พัฒนาจิตใจให้ยอมรับอย่างที่ตนพูดบ้างหรือเปล่า ผมคิดว่าการ coming out บททดสอบอันหนักหน่วงของชายจริงหญิงแท้ไม่แพ้เกย์เลย กรุณากลับไปดูข้อที่ ๓ ฝึกจิต เพศกระแสหลักทั้งหลาย คุณเองก็ฝึกได้ โดยจินตนาการว่าคนใกล้ตัวคุณเป็นเกย์หรือเลสฯ แล้วมาเผยตัวกับคุณ นึกภาพว่าเขากำลังแบ่งปันเรื่องดี ๆ กับคุณ นึกภาพคุณรู้สึกยินดีและแสดงความยินดีกับเขา แล้วเมื่อคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง คุณจะรับมือได้อย่างคนใจกว้างที่รักความแตกต่างหลากหลายจริง ๆ
ปล. คู่มือนี้เอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละสถานการณ์นะครับ
อ้างอิง:
Crook, Robert L. ;& Baur, Karla. (2005). Our Sexuality. 9th ed. australia: Thomson Wadsworth
เอนทรี่ที่เกี่ยวข้อง:
แต่.. ขนาดความจริงเปิดเผยก็ยังไม่ค่อยยอมรับความจริงกันเลยครับ..แปลกกันจริงๆ
ซี้ดเลย
ไอ้แพท..

ต้องเรียกเพื่อนเค้ามาอ่านซะหน่อยแฮะ
#1 By on 2008-09-25 20:57