ลังเลอยู่นานว่าจะเอาเรื่องนี้มาลงดีหรือเปล่า เพราะเคยเขียนเรื่อง Coming Out ไปแล้ว แต่คิดว่ามันแตกต่างกันเพราะเอนทรี่นั้นเหมือนเป็นทฤษฎี กรอบแนวคิดเรื่องการเผยตัวตนเท่านั้น แต่คู่มือที่จะลงต่อไปนี้ เป็นขั้นปฏิบัติ สำหรับคนที่คิดว่าพร้อมแล้วที่จะบอกเพื่อนและครอบครัวว่า ผม/ฉัน/หนู เป็นเกย์/เลสเบี้ยน ครับ/ค่ะ 

© Josh Gosfield/Corbis 

คู่มือต่อไปนี้พัฒนามาจากหนังสือชื่อ Outing Yourself ของ Michelangelo Signorrile (1995)

๑.  เครือข่ายสนับสนุน: คุณควรจะหาเพื่อนฝูง(หรือคนรู้จัก) ผ่านประสบการณ์การเผยตัวตนมาอย่างโชกโชน คือเปิดเผยตัวกับคนมาแล้วหลายกลุ่ม เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน เจ้านาย ลูกน้อง ฯลฯ เข้าจะให้แนวทางในการวางตัวแก่คุณได้ดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร

๒. เหยื่อรายแรก (แปลขำ ๆ คือตัวเลือกแรกที่คุณจะเปิดเผยตัว):  พยายามเลือกเหยื่อรายแรกเป็นพวก Hetero ที่ดูจะเข้าใจอะไรง่าย ๆ หน่อย อาจจะไม่ใช่เพื่อนชายจริงหญิงแท้ที่สนิทที่สุดของคุณก็ได้ เพราะเดิมพันอาจสูงเกินไป (และบางทีเพื่อนคุณอาจเป็นพวกเข้าใจอะไรยากกว่าที่คุณคิด) ควรเลือกคนที่คุณคาดว่าจะ "รับได้" ก่อน และคน ๆ นั้นต้องเป็นคนที่คุณไว้ใจว่าเขาจะเก็บความลับคุณได้ในช่วงที่คุณพยายามเปิดเผยกับเหยื่อรายต่อ ๆ ไป

๓. การฝึกจิต (โอเค... ไม่ใช่สมถะ/วิปัสสนากัมมัฏฐานแต่อย่างใด): ฝึกจินตนาการถึงตัวเองกำลังเปิดเผยตัวตนในสถานการณ์ที่คุณวางแผนไว้ นึกถึงตัวเองในฉากที่คุณคุ้นเคยและรู้สึกสบาย ให้นึกซะว่าคุณกำลังจะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ (ไม่ใช่เรื่องที่คุณรู้สึกผิด) ฝึกพูดว่า "ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ฉันคิดว่าเราสนิทกัน และฉันก็ไว้ใจเธอมากพอจะบอกว่า ฉันเป็นเกย์/เลสเบี้ยน" ...ถ้าเห็นว่าดัดจริตเกินขอเสนอ "เฮ้ย ! กูมีอะไรจะบอกมึง เพราะกูเห็นว่ามึงเป็นเพื่อน และกูก็สนิทกับมึงมาก กูไว้ใจมึงมากพอจะบอกมึงว่า กูเป็นเกย์/เลสเบี้ยน) ...คือแปลมาจากภาษาอังกฤษประโยคมันดูจั๊กกะดึ๋ยชอบกล เราคนไทยก็หาประโยคคำพูดดี ๆ แบบไทย ๆ มันจะได้ไม่กระดากเวลาพูด สรุปคือหาคำพูดดี ๆ เตรียมไว้ ฝึกพูดไว้ ควรจะเกริ่นนำก่อน แล้วค่อย ๆ เข้าเรื่อง ไม่ใช่ไปถึงตีแสกหน้าดังผั๊วะ บางทีเขาก็ตั้งตัวไม่ทัน เกริ่นนำก่อนเขาจะได้รู้ว่าเรื่องที่เรากำลังจะพูดมันสำคัญต่อเราและเขาอย่างไร

๔. วางแผน:

  • จัดเวลา ต้องแน่ใจว่ามีเวลามากพอที่จะคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่า "...ฉันเป็นเกย์..." ติ้งหน่อง! ออดประตูบ้านดัง เพื่อนฝูงมากมายมาจัดงานปาร์ตี้วันเกิดที่บ้าน ...จบเห่เลยนะครับถ้าไม่ได้คุยกันจนรู้เรื่องน่ะ
  • จัดเตรียมสถานที่ เลือกที่ที่คุณและเขารู้สึกสบายทั้งคู่ ...ไม่ใช่เพื่อนคุณเป็นโรคกลัวความสูง คุณดันไปเลือกที่เปิดตัวบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนยอดตึกสูง ๖๐ ถ้าเขาไม่สบายใจมันยอมส่งผลต่อการรับรู้นะครับ 
  • เตรียมเพื่อนเกย์/เลสฯไปเป็นกองหนุนอย่างน้อยหนึ่งคน ...ไม่ใช่ให้มายืนถือปอมปอมเชียร์กันออกนอกหน้านะครับ อาจจะให้อยู่อีกห้องหนึ่ง หรือแอบซุกมันไว้ในตู้ (กลายเป็นชู้ซะงั้น) ...เอามาไว้เผื่อผลออกมาแย่คือเขารับเราไม่ได้ เราจะได้มีคนปลอบใจปรับทุกข์ภายหลัง ไม่งั้นจะเคว้ง
  • เตรียมตอบคำถามแย่ ๆ ด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ เช่น 
Q: มึงรู้ได้ไงว่ามึงเป็นเกย์
A: อ้าว...ไอ้สัด แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามึงไม่ใช่
Q: มึงรู้ตัว (ว่าเป็นเกย์) มานานแค่ไหนแล้ว
A: อ่อ ก็ตั้งแต่กูกับมึงอาบน้ำด้วยกันที่เขาชนไก่ไง
Q: มึงไม่เป็น (เกย์) ได้มั้ย ...(มึงเปลี่ยนได้มั้ย)
A: แล้วมึงเป็นได้มั้ยล่ะ
Q: มึงเป็นเอดส์รึเปล่า
A: อ้าว...ไอ้เหี้ยนี่ พูดจาเปรี้ยวตีนเหลือเกินนะ
ที่ตอบมาทั้งหมดข้างบนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี จำไว้ต้องตอบอย่างนุ่มนวล สุขุม แม้บางคำถามมันจะทำให้เส้นเลือดบนขมับของคุณกระตุก หรือทำให้คันเท้าตะหงิด ๆ ก็ตาม จง keep cool  ไว้นะจ๊ะ

 ๕. จงพึ่งพาความอดทน: จำไว้ว่าคุณกำลังจะบอกเพื่อนของคุณในสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมใจมาฟัง ในขณะที่คุณเตรียมตัวมานานแล้ว บางคนอาจตกใจ ประหลาดใจ หรือสับสน คุณต้องอดทนให้เวลาเขาคิด หรือถามคำถาม ปฏิกริยาเชิงลบในตอนแรก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับคุณไม่ได้ แต่เขาอาจต้องการเวลามากกว่านี้ ดังนั้นถึงแม้ว่าเพื่อนคุณมีปฏิกริยาเชิงลบ แต่ไม่ได้ถึงขนาดตีโพยตีพายด่าทอคุณเสีย ๆ หาย ๆ ขอให้คุณอยู่คุยกับเขาต่อ แสดงความเห็นใจต่อความสับสนของเขา เช่น พูดว่า "เรื่องนี้คงทำให้เธออัพเซตมากสินะ" และค่อย ๆ คุยต่อไป อย่าลืมตอบคำถามเขาให้ดี ๆ

๖. ควบคุมความโกรธ: ถ้าเพื่อนคุณแสดงท่าทีเป็นศัตรู ด่าทอคุณด้วยคำหยายคาย ให้คุณจบการสนทนาอย่างสุภาพ "ฉันเสียใจที่คุณรับเรื่องเรื่องนี้ไม่ได้ ดังนั้นฉันคิดว่าฉันควรจะกลับไปก่อน" แล้วก็เผ่นทันที อย่าหยาบคายหรือโกรธตอบเด็ดขาด ไม่งั้นเพื่อนคุณจะมีเหตุผลในการโกรธเกลียดคุณขึ้นมาจริง ๆ

 

 

© Heide Benser/zefa/Corbis

ประสบการณ์ส่วนตัว (ไม่ต้องอ่านก็ได้แต่อยากให้อ่านข้อเสนอแนะ)

ตัวผมกับครอบครัว ไม่ได้เป็นไปตามคู่มือหรอกครับ ตอนนั้นผมรู้อะไรที่ไหน วันหนึ่งรู้สึกทนไม่ได้อยากคุยกับแม่ให้รู้เรื่องก็เอาเลย ไม่มีการเตรียมตัวอะไรทั้งสิ้นเพราะคิดว่าแม่ต้องเอะใจสงสัยอยู่แล้ว แล้วเป็นไงครับ เกือบบ้านแตก แม่ร้องไห้ พ่อก็เข้ามาเคลียร์ สุดท้ายจบลงด้วยการพบจิตแพทย์ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยนะผมว่า มันทำให้เรารู้สึกไม่เชื่อใจพ่อแม่อีกเลย เหมือนกับว่าเขาเห็นเราผิดปกติ ไม่ยอมรับเรา บลา ๆๆๆๆ ปัจจุบันดีขึ้นเยอะ เข้านโยบาย Don't ask, don't tell ไปแล้ว ผมทำอะไรก็ได้ จะเพ้อถึงนายแบบรูปงาม จะซื้อนิตยสารเกย์เข้าบ้าน จะอ่านการ์ตูนวาย ก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ผมไม่ยกเรื่องนี้มาพูดให้แสลงใจคนในบ้านอีก (ไม่ใช่บทสรุปที่ดีที่สุด แต่ก็โอเคในระดับหนึ่งสำหรับผม ถ้าจะขอให้พ่อแม่ผมบอกใครต่อใครว่ามีลูกเป็นเกย์อย่างมีความสุข ก็ดูจะขอมากไปหน่อย)

นอกจากครอบครัว ผมเคยโพล่งเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงที่เรียนป.โทด้วยกัน แกอายุมากกว่าผมเจ็ดแปดปีได้มั้ง คิดเอาเอง(อีกแล้ว) ว่าแกจะต้องเอะใจบ้าง ปรากฏว่าเจ๊แกชักสีหน้าใส่ผมอ่ะ ทั้งที่ผมคิดว่าแกเป็นคนที่ยอมรับความแตกต่างหลากหลายได้ดีนะครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ต่อให้เป็นคนที่เขาเอะใจหรือสงสัยเราอยู่แล้ว ใช่ว่าเขาจะรับได้ทันทีเสมอไปนะครับ มันเหมือนกับว่า "เอะใจสงสัย" เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่ใช่ความจริง แต่ถ้าเราเปิดปากรับเองเมื่อไร โป๊ะ! ความสงสัยทั้งหลายกลายเป็นความจริง ไม่เหลือที่ว่างสำหรับความหวังอีกต่อไป เขาก็เลยตกใจสับสน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการ coming out มันสำคัญตรงที่ เราได้ทำความจริงให้ปรากฏด้วยตัวเอง ไม่ต้องปล่อยให้คนคาดเดาเอง (ปกติผมชอบให้รู้เอง ค่อย ๆ ปล่อยตัวทีละนิด)

เพิ่มเติมอีกนิด สำหรับผู้ืที่ต้องการ coming out: ผมคิดว่าสิ่งที่คู่มือนี้ขาดไปคือเรื่อง ผลที่ตามมา คุณต้องอ้าแขนรับ "ผลที่ตาม" จากการ coming out ของคุณเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแง่ดีหรือแง่ร้าย เพราะฉะนั้นพิจารณาถึง "ผลที่ตามมา" ด้วยก็ดีนะครับ สำหรับตัวผมคิดว่ามันจะเกิดผลดีในระยะยาว แต่ระยะสั้น ๆ ผล...อาจจะน่าเซ็งกว่าที่คาดหวังไว้

 

© image.com/Corbis (pisces เติมคำในบอลลูน)

ข้อเสนอแนะเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ใหญ่หลวงยิ่งนัก 

coming out ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นบททดสอบเกย์และเลสเบี้ยนเท่านั้น แต่อันที่จริงมันเป็นบททดสอบจิตใจของชายจริงหญิงแท้ที่เป็นผู้รับสารด้วยนะครับ คุณจะพบว่าโลกนี้มีคนพูด (แต่ปาก) ว่า "จะเกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ อะไรฉันก็รับได้ทั้งนั้น" หรือ "ฉันรักความแตกต่างหลากหลาย" หรือ "สังคมเราเป็นสังคมพหุลักษณ์เรื่องแบบนี้ควรยอมรับกันได้แล้ว" ผมถามตรงนี้เลยว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อคุณกลับมาบอกว่า "พ่อเป็นเกย์นะลูก" หรือ "แม่เป็นเลสเบี้ยนนะจ๊ะ" เอาให้หนักกว่านั้นอีก "พ่อจะไปผ่าตัดแปลงเพศนะลูก" คุณจะว่ายังไง คำพูดสวยหรูใคร ๆ ก็พูดได้ แต่คนพูดได้พัฒนาจิตใจให้ยอมรับอย่างที่ตนพูดบ้างหรือเปล่า ผมคิดว่าการ coming out บททดสอบอันหนักหน่วงของชายจริงหญิงแท้ไม่แพ้เกย์เลย กรุณากลับไปดูข้อที่ ๓ ฝึกจิต เพศกระแสหลักทั้งหลาย คุณเองก็ฝึกได้ โดยจินตนาการว่าคนใกล้ตัวคุณเป็นเกย์หรือเลสฯ แล้วมาเผยตัวกับคุณ นึกภาพว่าเขากำลังแบ่งปันเรื่องดี ๆ กับคุณ นึกภาพคุณรู้สึกยินดีและแสดงความยินดีกับเขา แล้วเมื่อคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง คุณจะรับมือได้อย่างคนใจกว้างที่รักความแตกต่างหลากหลายจริง ๆ 

 

ปล. คู่มือนี้เอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละสถานการณ์นะครับ 

อ้างอิง:

Crook, Robert L. ;& Baur, Karla. (2005).  Our Sexuality.  9th ed.  australia: Thomson Wadsworth  

เอนทรี่ที่เกี่ยวข้อง:

 

Comment

Comment:

Tweet

การเปิดเผยตัวตนเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องรู้ว่า อะไรคือกิเลส อะไรคือ ตัณหา อะไรคือ ความต้องการอยาก เราต้องรู้
เมื่อรู้แล้ว นิวรณืกามราคะ จะค่อยๆหายไป
ขอให้เจ้าของบล็อกพบทางสว่างในเร็ววัน
สาธุ
http://buddhabhaowana.blogspot.com/

http://buddhajak.exteen.com/
ผมว่าก็น่ารักดีน่ะครับ

อ่านแล้วทำให้ได้ผ่อนคลาย

แต่การแอบรักเพื่อนผมว่า มันเป็นอะไรที่ทรมานที่สุดครับ

#37 By คนตัวดำ (223.206.182.234) on 2011-01-27 11:35

ฟังเพลง หาเพลง เนื้อเพลง ต้องที่นี่

#36 By โหลดเพลง (110.164.18.254) on 2009-09-25 02:28

แจ่ม

#35 By โหลดเพลงmp3 (110.164.18.254) on 2009-09-25 02:28

เรื่องนี้ต้องยกให้ที่นี่ที่เดียว

#34 By เพลงฟรี (110.164.18.254) on 2009-09-25 02:28

สุดยอด

#33 By MP3ฟรี (110.164.18.254) on 2009-09-25 02:28

Blog เพลงอับดับ 1 ขอบไทยเลยค่ะ

#32 By โหลดเพลง (110.164.18.254) on 2009-09-25 02:28

ขอบคุณครับ

#31 By download เพลง (203.156.6.72) on 2009-08-26 01:43

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านๆ แล้วดูเหมือนจะง่าย

แต่ยังไงก้อกลัวอ่ะคับ

คือเคยคุยเรื่องนี้กับแม่แล้ว แกบอกว่าให้ลองดูไปก่อน
อาจไม่ใช่ก็ได้

แต่เหมือนว่าเราเองจะเลือกไปแล้ว
คือตอนนั้นจะบอกแม่ไปแล้วว่่า
ไม่อ่ะ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน มันเลือกไปแล้ว

แต่เราก็ไม่รู้อ่ะว่าเค้่ารับเราได้มั้ย

เพราะบางทีก้อสา่วแตกเหมือนกัน

question

#30 By 智明 on 2009-03-20 21:37

อ่านแล้วเหมือนโดนชกแก้มซ้าย ขอบคุณที่เอาเรื่องนี้มาคุย ดี๊ดี แต่ว่าไม่ทันแล้วอะ คู่กรณีเค้าบอกว่า "กูไม่ว่าหรอก แต่คงคุยกับมึงน้อยลง" นี่แหละผลของการไม่วางแผนหละ

#29 By Helios (74.125.74.36) on 2008-10-10 13:20

Hot! Hot! Hot! Hot!

เคยเจอมากับตัวค่ะ ที่คนใกล้ตัวมาบอกทีหลังว่าเป็นเลสเบี้ยน อารมณ์ตอนนั้นมันรับไม่ทันจริง ๆ นั่นแหละ ( ทั้งที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนยอมรับอะไรได้ง่ายกว่านี้ ) เลยกลายเป็นทะเลาะกันซะงั้น เพราะเราไม่เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายและตีความไปในทางอื่นเหมือนที่เอนทรีก่อนหน้านี้บอกจริง ๆ ค่ะ...

ในทีแรกที่ได้รับรู้มันจะเกิดความรู้สึกผิดหวังหน่อย ๆ เพราะมารู้ทีหลังว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ( เอาเอง ) มาตลอดก็เลยช็อค มาถึงตอนนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ดันไปตีโพยตีพายใส่เขาอย่างนั้น ทั้งที่เขาไม่ได้ผิดอะไร

อาจจะพูดง่ายไปหน่อย แต่เราคิดว่าถ้าค่อย ๆ แสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไปน่าจะทำให้ยอมรับกันได้ง่ายขึ้น เพราะกับคนที่มองแล้วรู้ตั้งแต่ทีแรกว่าเป็นอะไรก็รับได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจน่ะค่ะ

#28 By พยายามพริ้ว on 2008-09-28 20:34

เรามีอีกทางสำหรับที่ยังอายุน้อยอยู่นะ

ค่อยๆปรับตัวเอง

คือ ค่อยๆเปิดเผยตัวทีล่ะนิด
ให้คนรอบข้างค่อยๆชินชากับตัวตนของเรา
มันต้องใช้เวลาอย่างมาก

แต่พอถึงจุดๆหนึ่ง ถ้าเราอยากจะบอกออกไปตรงๆ
คนเหล่านั้นอาจจะมีท่าทีต่อต้านน้อยลงก็ได้

เราไม่รู้นะว่าจะใช้ได้สำหรับมั่ง
แต่มันเป็นวิธีที่ดีสำหรับเรา
ที่บ้านเราก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้

คือเราเป็นไบ
ที่ค่อนข้างออกไปในแนวของทอมอ่ะ

เราแสดงตัวอย่างที่เราเป้น
เราไม่ได้พูดออกไปโต้ง ๆ
แต่เราให้พวกเขาชิน กับตัวตนของเราแทน

ถึงเขาจะไม่ได้ยอมรับซะทีเดียว
ถึงจะมีการต่อต้านจากคนรอบข้างอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่ได้แตกหัก

อาจจะเพราะพวก ทอม ดี เลส
สังคมมันยอมรับมากกว่าล่ะมั้ง
ถ้าเทียบกับการให้มายอมรับว่าลูกชาย
เป็น เกย์ มันเบากว่าเรื่องของคุณมาก

เราเคยเจอคนบางประเภทเป็นทอม แต่กลับรังเกียจเกย์
เราไม่เข้าใจเขาเหมือนกันนะ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

แต่ยังไงก็สู้ๆนะ ^^

#27 By ★ 猿 ミント ★ on 2008-09-28 09:24

เรา coming out แล้วค่ะ
วิธีก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่นิสัยเปิดเผยอยู่แล้ว
ตัวเองเป็นยังไง เรารู้ดี เลยกล้าที่จะบอกคนอื่นๆว่าเนี๊ยชั้นเป็นสาววายนะ
แล้วก็โชคดีที่คนรอบๆตัวทั้งครอบครัวและเพื่อนเป็นคนที่รับในเรื่องนี้ได้
ประสบการณ์เผยตัวตนเลยไม่มีอะไรตื่นเต้นมากค่ะ

เอาจริงๆที่บ้านเค้ารู้ว่าเราเป็นสาววายมากว่า 7 ปีแล้วค่ะopen-mounthed smile

#26 By คุณพู่ on 2008-09-27 17:14

I'm gay ++sad smile

#25 By สาวเกาหลี (117.47.89.191) on 2008-09-27 15:58

Hot! เขียนดี big smile

#24 By iDoi* on 2008-09-27 14:21

Hot! Hot! Hot! Hot!

ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน

เเค่ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครก็พอแล้วค่ะ

เกย์ก็เป็นคน(อาจจะดีก่าผู้ชายบางคนด้วยซ้ำ)big smile


พี่ค่ะ เเล้วถ้ามีคนเข้าใจผิดว่านู๋เป้นกระเทยนี่ต้องทำไง
(คนเราคิดไปได้ กร๊ากกกก)wink wink

#23 By P i G k Y_ P i n K on 2008-09-27 11:48

จริงๆ ผมว่าสำหรับบางคน ถ้าเลือกเหยื่อรายแรกถูกก็อาจจะดีไปเลย หรือไม่ บางทีเค้าอาจจะรู้อยู่แล้ว แค่อยากรอฟังคุณเปิดเผยออกมาเอง (แบบว่า ทำไมไม่บอกกูซักทีว่ะ)

หรือไม่ก็.. ไม่บอกมาตั้งแต่แรกว่ะ กูก็ชอบมึงอยู่นะเนี่ย มาม่ะ เป็นแฟนกันเลย เหอๆ

ให้กำลังใจทุกคนครับ สำหรับผมถือว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ

#22 By ไอ้แพท.. on 2008-09-27 05:01

รู้สึกแย่มากเหมือนกันค่ะ ตอนที่แม่พูดออกมาว่า เขาเห็นว่าเราผิดปกติ นี่ไม่ใช่คนปกติเค้าเป็นกัน นี่คือหลงผิด

......เจ็บปวด เพราะมันมาจากปากคนที่เราอยากให้เขาเข้าใจเรามากที่สุด

#21 By hikaru on 2008-09-27 00:21

คิดว่าตัวเองเป็นพวกเปิดกว้างเหมือนกัน แต่พอมาอ่านประโยคเด็ดตอนท้ายนี่ต้องกลับไปพิจารณาตัวเองเลย

#20 By inxni on 2008-09-26 23:12

...เอ๊ะ...
ทำไมปฏิกิริยาไม่ว่าจะอันแรกหรือว่าอันล่างๆมันก็...

"ดีแล้วที่รู้ตัวค่ะ"

ทั้งนั้นเลยฟระ...

หรือว่า...คนที่บ้านเขายังไม่รู้ตัวว่า...หนูเป็นสาววาย??? (ตรรกะอะไรของหล่อนเนี่ย)

(เข้าเรื่องๆ) ยังไงก็อยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังจะคัมมิ่ง เอาท์นะคะ เพราะว่าตอนนี้ก็ประสบปัญหาแบบนั้นอยู่เลย (ไม่กล้าบอกที่บ้านว่ามีแฟนแล้ว....เพราะแฟนอายุมากกว่าเกือบสิบปี) ขอเอาคู่มือนี้ไปปรับใช้แล้วกันค่ะ!

#19 By renile on 2008-09-26 22:27

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สุดยอด!!!!ขอเป็นกำลังใจให้สาววายและหนุ่มเกย์ทั้งหลาย! เพื่อการ coming out!!
การยอมรับตัวตนของคนอื่น ในแบบที่เค้าเป็นนี่ละ ดีที่สุด!!!!!

เพื่อนเราเคยมาบอกเรา ว่ามันเป็นเกย์ วิธีของมันก็คือ มันบอกว่า

แก ชั้นมีแฟนแล้วล่ะ ... เราก็ อ๊ะเหรอ เป็นใครที่ไหนๆ แล้วมันก็ส่งรูปมาให้เราดู เราก็จริงๆไม่ค่อยตกใจหรอกนะ เพราะท่าทางมันก็เดาๆได้มานานแล้ว ตอนนี้สิ่งที่พูดออกไปก็คือ เห้ย!! ยินดีด้วย แกมีแฟนแล้ว มีแฟนก่อนชั้นอีก นังบ้า!

แล้วก็จบลงด้วยดี หัวเราะกัน แล้วก็ดีใจ ที่เพื่อนมันเปิดเผยกับเราเข้ามาอีกขั้น แปลว่าเราสนิทกันมากขึ้นแล้วสินะ ^_^

สู้ๆนะคะทุกๆคน
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By Rinna ♥ on 2008-09-26 21:30

HAIL QUEER Hot!

#16 By ALLA on 2008-09-26 19:47

การได้เป็นคนทีเ่พื่อนเลือกจะบอกนี่เราก็ดีใจนะ เพราะเขาคงคิดแล้วว่าเรารับได้แน่ๆ (จริงๆ เราเฉยๆ เรื่องนี้นะ) มีเพื่อนเป็นทอมก็เยอะ เลสก็แยะ เกย์ก็มี จะเป็นอะไรก็ช่างเหอะ คำว่าเพื่อนยังอยู่

แต่ตัวเองไม่เคยถามนะว่าเออ สาเหตุอะไรถึงเป็น เปลี่ยนได้ไหม เคยถามแต่เออ ทำไมชอบผู้หญิง หรือทำไมชอบผู้ชายล่ะ แล้วสักพักพอคุยๆ ไป เขาก็เล่าให้เราฟังเอง เราไม่จำเป็นต้องไปสอบสัมภาษณ์เขาขนาดนั้นก็ได้ อยากเข้าใจมากกว่าที่อยากจะเปลี่ยน

#15 By เมพหมี shakri on 2008-09-26 18:55

ไร้คำบรรยาย cry
แปะให้โลด Hot!

#14 By accel. on 2008-09-26 18:33

ตรงย่อหน้าสุดท้ายนี่ชอบมากค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! แปะค่า

#12 By Bluemoon on 2008-09-26 15:15

ยากเหมือนกันนะเนี่ย

#11 By เจ้าโต on 2008-09-26 13:51

Hot!
เป็นคนที่คิดเหมือนกันค่ะว่า "จะเป็นเพศไหนยังไงฉันก็รับได้ ไม่มีปัญหา"
แต่นี่คิดในแบบที่ว่าถ้าเพื่อนเป็นเกย์ เลส ทอม ตุ๊ด อะไรก็ตาม

แต่เมื่อเจอข้อเสนอแนะสุดท้าย คิดภาพตามได้เลยค่ะ
ดูเหมือนว่าจริงๆแล้วเรายังรับไม่ค่อยได้นะถ้าพ่อจะเดินมาบอกว่า "พรุ่งนี้พ่อจะพาแฟนผู้ชายมาที่บ้านนะจ๊ะ" หรือ "แม่ไปกิ๊กหญิงมา"

นอกจากจะเป็นเรื่องของคนที่จะ coming out แล้ว มันสำคัญกับพวก hetero เหมือนกันนะคะ

#10 By ต้า on 2008-09-26 13:39

Hot! ผมมองว่าถ้าไม่เปิดเผยแล้วยังมีความสุขอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยนะ - -

พยายามเข้า เพื่อเสรีภาพ!!

#9 By on 2008-09-26 12:13

อ่านแล้ว ซีซเลย

Q: มึงรู้ตัว (ว่าเป็นเกย์) มานานแค่ไหนแล้ว

A: อ่อ ก็ตั้งแต่กูกับมึงอาบน้ำด้วยกันที่เขาชนไก่ไง

cry ซี้ดเลย

#8 By Shuu Exteen on 2008-09-26 01:34

เมื่อสามสี่เดือนก่อนเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยม
ก็เพิ่งมาบอกว่าตัวเองชอบผู้หญิงค่ะ
บอกทางโทรศัพท์ คิดว่าเพื่อนคงไม่อยากเห็นสีหน้าเราตอนฟัง
ความรู้สึกตอนนั้นมันก็ตกใจนิดๆ แต่ก็นิดเดียวจริงๆ
เพราะเพื่อนก็ไม่เคยสนใจผู้ชายให้เห็นด้วยล่ะมั้ง
แต่เพื่อนก็ยังไม่กล้าบอกคนที่บ้าน
แล้วก็ยังชอบพูดบ่อยๆว่าตัวเองผิดปกติsad smile
ต้องแนะนำให้มาอ่านบลอคนี้บ้าง
Hot! Hot! Hot! Hot!

ความจริงแอบเป็นแฟนบลอคนี้มาสักพักแล้วค่ะ
ตามมาตอนเป็นเอนทรี่แนะนำ
ติดใจวิธีเขียนของคุณ จขบ.มากๆเลย
อ่านได้ความรู้แล้วก็สนุกด้วยbig smile

#7 By Almond Meringue on 2008-09-26 00:43

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
แจกดาวสุดพลังเลยค่ะ

เอนทรี่นี้มีประโยชน์แก่บรรดาคนที่แอบแต่ไม่อยากแอบแล้วจริงๆ
แต่สำหรับดอก...โอเพ่นมาตั้งแต่แบเบาะแล้วค่า
อันนี้ก็หมดปัญหากันไป แต่ก็ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะรับได้แบบนี้
เดี๋ยวจะแอบโยนเอนทรี่นี้ไปให้พวกที่แอบๆ ตุ๊ดนะแต่ไม่แสดงออกได้อ่านบ้าง
อิอิอิ

#6 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-09-26 00:38

เหอๆ เบียใครมองก็รู้ -..-

#5 By AelitaX on 2008-09-26 00:05

ไม่รู้ว่าจะว่ายังไงดี แต่รู้สึกว่าสมบูรณ์แบบครับ Hot! Hot! แต่ทั้งนี้ใจเป็นส่วนสำคัญมากๆ อยากคนๆ นั้นกล้ามั่งจังเลยครับ.. แต่ที่รู้มาปอนเป็นคนทำให้ความจริงเค้าเปิดเผยแบบไม่ได้ตั้งใจไปซะแล้วsad smile แต่.. ขนาดความจริงเปิดเผยก็ยังไม่ค่อยยอมรับความจริงกันเลยครับ..แปลกกันจริงๆ sad smile confused smile

#4 By ปอนปอน on 2008-09-25 23:35

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
แจกดาวไป 5 ดวงเลยค่ะ เขียนดีมากๆเลย เราชอบตรงย่อหน้าสุดท้ายมากๆเลยค่ะ บางครั้งคนเราเมื่อเจอเข้าจริงๆ แม้ว่าจะคิดว่ารับได้ แต่พอเจอเรื่องที่ไม่ได้คาดฝันเอาจริงๆอย่างพ่อเป็นเกย์เงี้ย โอย น้อยคนนักที่จะเปิดแชมเปญฉลองค่ะ
อย่างเราเงี้ย พออ่านถึงประโยคนี้ก็อึ้งไปเลยเหมือนกัน 555 ราวกับโดนตีแสกหน้า นึกภาพถ้าพ่อเดินมาบอกเรางั้นจริงๆ ก็คงมึนแหละ แม้ว่าเราจะทำใจได้อย่างรวดเร็วก็ตาม 5555

ปัจจุบันนี้สถานะเราก็อยู่ในแบบ Don't ask, don't tell เหมือนกันค่ะ เป็นสาววายง่ายเสียเมื่อไรมันแตกต่างกับการเป็นเกย์แค่นิดเดียวเอ๊ง ดูว่ามันเหมือนจะง่ายกว่าแต่เอาเข้าจริงแล้ว เสี่ยงต่อการหาว่าเป็นโรคจิตพอๆกันเลยค่ะ

#3 By gallantfoal on 2008-09-25 23:27

เปิดตัวตนที่แท้จริงออกมา

ถึงแม้จะมีอุปสรรค question

#2 By iTualek on 2008-09-25 22:00

งุมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ต้องเรียกเพื่อนเค้ามาอ่านซะหน่อยแฮะ

#1 By on 2008-09-25 20:57